จากใจ #‎เจ้าคุณประสาร‬ พระเมธีธรรมาจารย์ - 10 มี.ค. 59



จากใจพระเมธีธรรมาจารย์

ในนามศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย สมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา พร้อมด้วยองค์กรภาคีเครือข่าย อยากจะบอกถึงความในใจของอาตมาที่มีต่อสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นทั้งที่ผ่านมาและปัจจุบัน เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน

กว่าหนึ่งปีมาแล้วที่พวกเราร่วมอุดมการณ์เดียวกันในการต่อสู้เพื่อพิทักษ์ปกป้องพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ (ไม่นับถอยหลังไปยาวไกลในผลงาน) ในประเด็นที่นับระยะเวลาเพียงเท่านี้เพราะอยากเริ่มต้นจากการเกิดขึ้นของคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา 2558

ตั้งแต่ต้นปี 2558 เป็นต้นมา เราได้ยินชื่อคนบางคน บางกลุ่ม บางท่านในนามคณะกรรมการปฏิรูปพระพุทธศาสนา(ชื่อที่เข้าใจกัน) และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาคณะกรรมการชุดดังกล่าวก็มีเป้าหมายและพันธกิจที่ชัดเจนในการที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองคณะสงฆ์ เปลี่ยนแปลงชนิดที่เรียกว่า 360 องศา เพราะพวกเขาไม่เคยรับฟังแม้กระทั่งเสียงอันแท้จริงของคณะสงฆ์ นอกจากนั้นยังไม่มีพระสงฆ์แม้แต่รูปเดียวที่ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการในชุดดังกล่าว

ดังนั้น พวกเราในนามพระสงฆ์ ชาวพุทธและองค์กรทางพระพุทธศาสนาต่างเป็นห่วงเป็นใยในทิศทางการปฏิรูปกิจการคณะสงฆ์ภายใต้คณะกรรมการชุดนี้ จึงช่วยกันออกมาท้วงติง ให้สติ ให้ข้อเสนอแนะและชี้บอกแนวทางการปฏิรูปสงฆ์ที่ควรจะเป็นให้รับทราบ

ในทางตรงกันข้ามคณะกรรมการชุดดังกล่าว ซึ่งมีบางคน บางท่าน กลับมองไม่เห็นความปรารถนาดี ความหวังดี และการปฏิรูปที่ควรจะเป็น พวกเขาจึงแสดงออกในทางก้าวร้าว รุนแรง ไม่เคารพ ไม่ให้เกียรติต่อคณะสงฆ์

การพิทักษ์ ปกป้องพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์จึงเกิดขึ้นอีกครั้งด้วยความเต็มใจของทุกฝ่าย และจากความเสียสละอย่างแท้จริง

ดังนั้น พระสงฆ์ทั้งมวลจึงร่วมกันเพื่อจะออกมาเจริญพระพุทธมนต์กันถึงสองครั้งสองครา แต่เมื่อองค์กรสูงสุดทางคณะสงฆ์ได้เมตตาแนะนำ พวกเราก็รับฟังและปฏิบัติตามด้วยความเคารพ แม้จะสุ่มเสี่ยงต่อความน่าเชื่อถือในการทำงานก็ตาม

ผลครั้งนั้น ทำให้คณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนาจำต้องประกาศลาออก ยุบคณะกรรมการ และยุติบทบาทในนามคณะกรรมการในที่สุด

จากนั้นต่อมาฝ่าย สปช. ได้นำเอาประเด็นสรุปของคณะกรรมการปฏิรูปฯ ไปอภิปรายกันด่าคณะสงฆ์ในสภาฯอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทย และได้ส่งเรื่องต่อไปยังรัฐบาล พร้อมทั้งแนบท้ายว่า ถ้าไม่มีใครคัดค้านภายใน 30 วัน แสดงว่าเห็นด้วย และให้นำไปดำเนินการเพื่อการปฏิรูปได้

พวกเราต่างเป็นห่วงเป็นใยในเรื่องนี้กัน จึงร่วมมือกันไปยื่นเรื่องคัดค้านแนวทางปฏิรูปดังกล่าวที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติพร้อมข้อเสนอแนะ จึงสามารถหยุดยั้งแนวทางปฏิรูปของพวกเขาได้

จากนั้น รองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบงานในส่วนนี้ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า จะไม่ดำเนินการใดๆในเรื่องของคณะสงฆ์ถ้าไม่ได้รับความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคม กว่าจะมีคำพูดนี้ออกมา จะมีกี่คนกี่ท่านที่รู้เบื้องหน้าเบื้องหลัง

หลายท่านไม่รู้ หลายท่านรู้ ก็ขออนุโมทนา
นั่นคือเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อไม่นาน นึกว่าเรื่องจะสงบ เรียบร้อย ไม่มีใครกวนน้ำให้ขุ่นอีกต่อไป

เริ่มต้นศักราชใหม่ ต้นปี 2559 ก็มีเรื่องการเสนอรายนามสมเด็จพระราชาคณะที่ดำเนินการตามกฎหมายและจารีตประเพณีเพื่อเสนอทูลเกล้าฯซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ แต่ปรากฏว่า มีคนกลุ่มเดิม ชุดเดิมแปลงร่างมาอยู่ในองค์กรใหม่ พวกเขาได้ร่วมกันเซ็ตเรื่อง เซ็ตปัญหา เซ็ตสถานการณ์ เพื่อนำไปสู่การขัดขวางการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ทั้งที่ในวงการคณะสงฆ์ไม่มีปัญหาข้อขัดแย้งใดๆต่อกัน

การหักล้างด้วยเหตุ ด้วยผล และความร่วมมือร่วมใจกันจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง

คราวนี้การต่อสู้ค่อนข้างยาวนาน สลับซับซ้อนมากกว่าคราวปฏิรูปฯ มีตัวละครเพิ่มมากขึ้น มีความพยายามขัดขวางคณะสงฆ์อย่างเป็นระบบ งานจึงหนักมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

แต่พวกเราก็ไม่ท้อ ไม่ถอย ไม่เสียกำลังใจเพราะพวกเราเชื่อมั่นโดยสุจริตใจว่าพวกเราได้ทำหน้าที่สำคัญเพื่อพิทักษ์ปกป้องพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ พวกเราจึงเดินหน้า แม้บางคน บางกลุ่ม จะไม่เข้าใจหรือพยายามไม่เข้าใจก็ตาม

15 กุมภาพันธ์ 2559 พระสงฆ์ทั้งสังฆมณฑล ได้นัดหมายกันเองในการออกไปแสดงสังฆมติโดยการเจริญพระพุทธมนต์และยื่นข้อเสนอ 5 ข้อต่อรัฐบาล พวกเราไปเจริญพระพุทธมนต์ที่ศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก เพื่อแสดงสังฆมติสนับสนุนกิจการพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ ไม่ใช่ม๊อบ ไม่ใช่การกดดันรัฐบาลแต่อย่างใด

7 มีนาคม 2559 มีการนัดหมายเพื่อแถลงข่าวในกรณีคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน เพราะพวกเรามีความเห็นแย้งกับผู้ตรวจการแผ่นดิน ทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายรวมทั้งจารีตประเพณีด้วย

แต่การแถลงข้อเท็จจริงของฝ่ายเราก็ไม่สามารถดำเนินการไปได้ ไม่ว่าจะแถลงหนึ่งคนหรือเกินห้าคนก็ตาม เพราะตำรวจได้สนธิกำลังกับทหาร ยกกฎหมายการชุมนุมในที่สาธารณะ 2558 มากล่าวอ้าง การแถลงข่าวในวันนั้นจึงทำได้เพียงบางส่วนสั้นๆและถูกควบคุมอย่างใกล้ชิด ดังปรากฏตามข่าวทุกสำนักที่ได้เห็น

จากนี้ไปชัดเจนว่า ฝ่ายเราจะทำอะไรก็ลำบาก ลำบากมากขึ้นจริงๆ

พระเมธีธรรมาจารย์ อยากพูดอะไรในภาวการณ์ เช่นนี้

1.อาตมาและคณะปฏิบัติตามกฎหมาย พระธรรมวินัยและจารีตประเพณีไม่เคยละเลย ขอยืนยันชัดเจน

2.ในสมองไม่เคยแม้แต่จะคิดในการที่จะสร้างความวุ่นวาย ปั่นป่วนให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง ไม่เคยเลยจริงๆนอกจากแสวงหาความเป็นธรรม

3.พวกเราเพียงแต่ร่วมกันเสียสละเพื่อพิทักษ์ ปกป้องพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ด้วยความใจที่บริสุทธิ์

4.พวกเราต่างเทิดทูลสถาบัน ชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ด้วยศรัทธาที่เปี่ยมล้น

จากนี้ไปจะทำอะไร?

คงบอกยากว่าจะทำอะไร บอกยากจริงๆ เพราะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ประเดี๋ยวความปรารถนาดีของฝ่ายเราจะถูกแปลความหมายไปในทิศทางที่ทางตรงกันข้าม

ขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า พวกเราไม่เคยท้อ ไม่เคยถอย มีกำลังใจที่ดีในการทำหน้าที่เพื่อรักษาความถูกต้องดีงามของพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ไว้ ไม่เคยทำความวุ่นวาย เดือดร้อนให้ประเทศชาติบ้านเมือง

จากนี้ไป ขอเวลาในอีกสัก 2-3 วันข้างหน้า เพื่อไปนั่งกรรมฐาน หาความสงบที่วัดป่าในชนบท เพื่อขัดเกลาจิตใจของตนเอง เวลานี้บอกได้เพียงเท่านี้
พระเมธีธรรมาจารย์ (เจ้าคุณประสาร จนฺทสาโร)
‪#‎เจ้าคุณประสาร‬
10 มีนาคม 2559

ที่มา: https://www.facebook.com/ck.prasarn/
จากใจ #‎เจ้าคุณประสาร‬ พระเมธีธรรมาจารย์ - 10 มี.ค. 59 จากใจ #‎เจ้าคุณประสาร‬ พระเมธีธรรมาจารย์ - 10 มี.ค. 59 Reviewed by Jira Dhamma on 07:21:00 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น :

ขับเคลื่อนโดย Blogger.