‘สมศักดิ์ โตรักษา’ทนาย‘สมเด็จฯช่วง’ ทนายความมือฉมัง หนึ่งในลูกศิษย์ ของสมเด็จฯช่วง

เปิดปูม‘สมศักดิ์ โตรักษา’ทนาย‘สมเด็จฯช่วง’

ทนายความมือฉมัง หนึ่งในลูกศิษย์ ของสมเด็จฯช่วง
ที่ว่าความคดีดังมาหลายต่อหลายคดี ล่าสุดคดีรถโบราณ งานนี้ที่ทั้งถูกวิจารย์ และชื่นชมหนักในเวลาเดียวกัน

ประวัติของ “สมศักดิ์ โตรักษา” ทนายความที่ถูกวิจารณ์หนักจากการเล่นแง่ ไม่ยอมให้สมเด็จช่วงให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ทั้งที่ฝ่ายราชการยอมผ่อนปรนสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำดอกไม้ธูปเทียนแพรเข้ากราบนมัสการ การขอเข้าสอบปากคำที่วัดปากน้ำ ในเวลา 2 ทุ่ม ตามความประสงค์ของสมเด็จช่วง แต่สุดท้ายทีมสอบสวนดีเอสไอและอัยการต้องกลับออกจากวัดด้วยภาพของความ “เหวอ วืด อด” ชนิดสุดบรรยาย

เมือง “สมศักดิ์ โตรักษา” รับว่าความเป็นทนายให้แก่พรรคไทยรักไทยในคดียุบพรรคไทยรักไทย กรณีจ้างพรรคเล็กลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งเป็นคดีในศาลรัฐธรรมนูญและเคยโต้เถียงกับ “จรัญ หัตถกรรม” ตุลาการรัฐธรรมนูญระหว่างการไต่สวน นอกจากนี้ยังเป็นทนายความให้การบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และบริษัทท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ (บทม.) ฟ้องโพสต์พับลิชชิ่งข้อหาหมิ่นประมาทจากการลงข่าวรันเวย์ร้าว

ในแวดวงคนดัง “สมศักดิ์” เป็นทนายรับว่าความ ให้ “สุพจน์ ทรัพย์ล้อม” อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลฐานร่ำรวยผิดปกติ ปกปิดบัญชีทรัพย์สินและถูกยึดทรัพย์ 64 ล้านบาท และเป็นทนายให้ “ปลอดประสพ สุรัสวดี” เมื่อครั้งดำรงแหน่งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในคดีส่งเสือโคร่งไปประเทศจีน
แวดวงบันเทิง “สมศักดิ์” รับว่าความให้ “พอล" ภัทรพล ศิลปาจารย์ นักแสดงชื่อดัง ที่มีคดีฟ้องร้องกับ รุจน์โรจน ศรีรัตน์ คดีถูกหุ้นส่วนฉ้อโกงยักยอกทรัพย์ธุรกิจคลินิกไคโรฟิตและรับว่าความให้นักร้องวงอะแคปเปลล่า 7 ที่ถูกฟ้องในคดียาเสพติด
       ขณะเดียวกัน ในแวดวงกีฬา ได้รับเป็นทนายความให้ “บังยี" วรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในคดีที่ถูกบริษัทแดอัน 21 จำกัด ประเทศเกาหลีใต้ ยื่นฟ้องสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ข้อหาร่วมฉ้อโกงจากการชักชวนมาลงทุนทำธุรกิจด้านกีฬาและดูแลสิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ
         
ส่วนคดีในความรับผิดชอบของดีเอสไอ อาจจะคุ้นกับชื่อ “สมศักดิ์” เพราะต้องพบปะกันในหลายคดี อาทิ คดีการก่อสร้างโรงงานวัคซีนและการสำรองวัตถุดิบพาราเซตามอลขององค์การเภสัชกรรม (อภ.) โดย “สมศักดิ์” รับเป็นเป็นที่ปรึกษาให้แก่ อภ. และเป็นทนายความให้ นพ.วิทิต อรรถเวชกุล อดีต ผอ.อภ. รวมถึงในคดีการเลิกจ้างจากตำแหน่ง ผอ.อภ.ด้วย
       “สมศักดิ์” ยังรับเป็นทนายความให้ สลิล โตทับเที่ยง อดีตผู้บริหารปุ้มปุ้ย บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จำกัด (มหาชน) เข้าร้องทุกข์ให้ดีเอสไอตรวจสอบการยักยอกทรัพย์ของกรรมการบริษัทซึ่งเป็นบุคคลในตระกูลโตทับเที่ยง
        นอกจากนี้ ยังพบว่า “สมศักดิ์” รับเป็นทนายความจำเลยให้แก่ชาวอังกฤษเดนมาร์ก กลุ่มมาเฟียแบนดิโดส ที่ดีเอสไอสอบสวนพบพฤติการณ์ข่มขืนใจผู้อื่นกรรโชกทรัพย์นักธุรกิจชาวต่างชาติในเมืองพัทยาและเกาะสมุยอีกด้วย
           นอกจากบทบาทในอาชีพทนายความแล้ว “สมศักดิ์” ยังลงทุนเปิดธุรกิจรีสอร์ท “ยังโทนเฮ็ลธปาร์ค” ริมแม่น้ำแควน้อย จ.กาญจนบุรี บนเนื้อที่ 300 ไร่ ให้บริการบ้านพักโรงแรมค่ายลูกเสือ-เนตรนารี
         
           สมศักดิ์ บอกว่า เคยเป็นทนายความแก้ต่างให้แก่จำเลยหรือผู้ถูกร้องในคดีสำคัญๆ มามากมาย เช่น คดีกรรมการ ป.ป.ช.ขึ้นเงินเดือนให้ตัวเอง, คดีอาญาที่ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีต รมว.กลาโหม และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ถูกฟ้อง “คดีจ้างพรรคเล็ก” ลงสมัครรับเลือกตั้ง, คดียุบพรรคไทยรักไทย, คดีทุจริตรถ-เรือ ดับเพลิงของ กทม. โดยเป็นทนายความให้แก่ โภคิน พลกุล อดีต รมว.มหาดไทย, คดีที่ สุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดคมนาคม ถูก ป.ป.ช.ร้องต่อศาลว่าร่ำรวยผิดปกติ, คดีทุจริตโครงการออกสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว หรือคดีหวยบนดิน โดยเป็นทนายความให้แก่ พล.อ.ธรรมรักษ์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีคนหนึ่งใน “รัฐบาลไทยรักไทย"
           นอกจากนั้น ยังได้เล่าถึงที่มาของการได้เข้ามาเป็น “ที่ปรึกษากฎหมาย” ให้แก่ “สมเด็จช่วง” เกี่ยวกับรถเบนซ์คลาสสิกว่า ครอบครัวให้ความเคารพนับถือสมเด็จวัดปากน้ำอยู่แล้ว ถือว่าเป็น “ลูกศิษย์” คนหนึ่ง และได้มีวัดหลายวัดด้วยกัน ได้ติดต่อให้เขามาช่วยเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้แก่สมเด็จวัดปากน้ำและไม่ใช่มีเฉพาะตัวเขาเท่านั้น ที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายให้ในเรื่องนี้ โดยยังมีที่ปรึกษากฎหมายคนอื่นอีก ที่มีชื่อชั้นเหนือกว่า
           "สำหรับเรื่องรถโบราณก็รอทางดีเอสไอแจ้งเป็นหนังสือมาว่าจะถามในประเด็นอะไรบ้าง ทางเราก็จะตอบแต่ละข้อที่ถามเป็นหนังสือเช่นกัน การตอบเป็นหนังสือมีข้อดี คือป้องกันการบิดเบือนได้ ส่วนสมเด็จช่วงจะชี้แจงด้วยวาจาด้วยหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับที่ว่าข้อเท็จจริงที่ถามนั้นเป็นเรื่องอะไร เมื่อมีการกล่าวหาสมเด็จช่วง ท่านก็มีสิทธิ์พิสูจน์ เราจะชี้แจงในส่วนที่พาดพิงถึงท่าน ที่ผ่านมาสมเด็จช่วงจะใช้หลักอภัยและเมตตาธรรมมาตลอด เห็นได้ว่าไม่เคยฟ้องกลับใคร แต่ถ้าไปกล่าวหาจนรุนแรงมาก เราจะพิจารณากันอีกที” สมศักดิ์ กล่าวในตอนท้าย

cr.www.komchadluek.net/detail/20160318/224359.html -
‘สมศักดิ์ โตรักษา’ทนาย‘สมเด็จฯช่วง’ ทนายความมือฉมัง หนึ่งในลูกศิษย์ ของสมเด็จฯช่วง ‘สมศักดิ์ โตรักษา’ทนาย‘สมเด็จฯช่วง’   ทนายความมือฉมัง หนึ่งในลูกศิษย์ ของสมเด็จฯช่วง Reviewed by janjaoka pim on 03:13:00 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น :

ขับเคลื่อนโดย Blogger.