ชาวพุทธจำนวนมากถูกสอนให้ "ปล่อยวาง" แต่กลับกลายเป็นคน "วางเฉย" หรือ "ทอดธุระ" ใช้ชีวิตไปตามบุญตามกรรม

เดี๋ยวนี้ชาวพุทธจำนวนมาก หันหน้าเข้าหาพระธรรมแต่กลับเจอ "พระทำ" คือ พระทำให้เข้าใจธรรมะแบบผิดๆก็มาก

ชาวพุทธจำนวนมากถูกสอนให้ "ปล่อยวาง" แต่กลับกลายเป็นคน "วางเฉย" หรือ "ทอดธุระ" ใช้ชีวิตไปตามบุญตามกรรม ซึ่งดูเหมือนจะดีคือเชื่อในกฏแห่งกรรม แต่กลับจะทำให้สังคมยิ่งเสื่อมศาสนายิ่งอ่อนแอ ซึ่งความเชื่อแบบนี้เป็็นมิจฉาทิฏฐิประเภทหนึ่ง เรียกว่า สัสสตทิฏฐิ คือเชื่อว่า ชีวิตถูกลิขิตไว้แล้ว จะด้วยกรรมหรือด้วยอะไรก็ตาม

การเห็นขยะ แล้วไม่เก็บ การไม่อาบน้ำแปรงฟัน คงจะไม่ใช่การปล่อยวางเป็นแน่ การเห็นสังคมหรือศาสนามีภัย แล้วไม่ออกมาช่วยเหลือ แนะนำ แสดงทรรศนะ ก็ย่อมไม่เกี่ยวกับการปล่อยวางเช่นกัน แต่เป็นการแสดงถึงการมีสติ ปัญญา และความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ต่างหาก

ในสมัยพุทธกาล หลังจากสมเด็จพระผู้มีพระภาคเสด็จดับขันธปริพิพพานได้ไม่นาน ก็มีภิกษุบางรูป ชอบอกชอบใจ กล่าวว่า "ดีแล้ว ต่อไปจะได้ไม่ต้องมีใครมาดุด่าว่ากล่าว" พระมหากัสสปะผู้เป็นพระอรหันต์ ทราบดังนั้น จึงได้เรียกประชุมสงฆ์ทั้งหมด เพื่อทำการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 1 ขึ้น เพื่อรวบรวมพระธรรมวินัยให้เป็นแบบแผนเดียวกัน

จากเหตุการณ์ครั้งนั้น หากพระมหากัสสปะเถระวางเฉยทอดธุระ ปล่อยวางแบบชาวพุทธที่เข้าถึง "พระทำ" ดังเช่นสมัยนี้แล้ว ก็คงจะไม่มีพระพุทธศาสนามั่นคงยาวนานมากว่าสองพันหกร้อยปี

การปล่อยวาง หมายถึง การปล่อยวางจากอารมณ์อันไม่น่าพึงพอใจ แต่ไม่ใช่การ วางเฉย ทำเป็นไม่รู้เรื่องเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่รับรู้เรื่องราวใดๆ ถ้าปล่อยวางหมายถึงการไม่รับรู้เรื่องราวแล้วไซร้ คนบ้า น่าจะเป็นพระอรหันต์ก่อนคนอื่นเป็นแน่
ที่มา สภากาแฟ J.Mhin
ชาวพุทธจำนวนมากถูกสอนให้ "ปล่อยวาง" แต่กลับกลายเป็นคน "วางเฉย" หรือ "ทอดธุระ" ใช้ชีวิตไปตามบุญตามกรรม ชาวพุทธจำนวนมากถูกสอนให้ "ปล่อยวาง" แต่กลับกลายเป็นคน "วางเฉย" หรือ "ทอดธุระ" ใช้ชีวิตไปตามบุญตามกรรม Reviewed by janjaoka pim on 23:07:00 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น :

ขับเคลื่อนโดย Blogger.