ดูเหมือนทำเป็นกระบวนการที่คล้ายๆ กันทั้งสมเด็จช่วง และวัดพระธรรมกาย เชื่อมกันไป โยงกันมาอย่างน่าสงสัย

บทความดีๆ จากคนที่มีใจเป็นธรรม อยากให้อ่านและช่วยกันแชร์ !!!

DSI  VS Dhammakaya  เรื่องฮ็อตสนั่นโซเชียล

   ณ วินาทีนี้ ข่าวที่ฮ็อทที่สุด คงไม่มีข่าวใดเกินข่าว DSI  VS Dhammakaya




ที่ขณะนี้ทางดีเอสไอได้ทุ่มสรรพกำลังเพื่อจะจับพระธัมมชโยให้ได้ จากข้อกล่าวหารับของโจรและฟอกเงิน มันมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร  กลายประเด็นร้อน ประเด็นเดือดที่พูดคุยกันสนั่นโซเชียล มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยกับดีเอสไอ ที่ใช้กฎหมายบ้านเมือง และฝ่ายที่เริ่มสงสัยในกระบวนการของดีเอสไอและกลุ่มแนวร่วมที่ปรากฎตัวตามสื่อซึ่งมีไม่กี่คนที่เป็นตัวละคร วนไปวนมา ฟ้องคนนั้น  ฟ้องคนนี้ ทั้งๆ ที่บางคนยังมีคดีติดตัว แต่ไม่ได้รับการปฏิบัติทางด้านกฎหมาย  สร้างความมึนงงสงสัยให้กับประชาชนผู้มีปัญญาที่รับฟังข่าวสารเป็นอย่างยิ่ง

   ผมในฐานะผู้ที่เฝ้าติดตามประเด็นร้อนมาตั้งแต่เริ่มต้น  ด้วยความเป็นห่วงพระพุทธศาสนาอันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ  ผมผูกพันกับพระพุทธศาสนามาตั้งแต่เด็กจนโต เพราะเคยเป็นเด็กวัด และได้บวชศึกษาปฏิบัติธรรมเมื่ออายุครบบวช  ในช่วงที่เริ่มมีข่าว ได้เข้าไปอ่านข่าว และคอมเมนต์ในบอร์ดกระทู้ต่างๆ  หรือในหัวข้อข่าวที่โผล่มาทางหน้าเฟชบุ๊คที่ปรากฎขึ้นเป็นดอกเห็ดแทบจะทุกชั่วโมงในช่วงนี้   และใต้เนื้อข่าว ก็มีคอมเมนต์เดือด ของเหล่าผู้ที่ไม่ชอบธรรมกายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  กับลูกศิษย์ธรรมกายที่ยกเหตุผลมาสนับสนุน  เมื่อได้อ่านข่าวต่างๆ แล้วก็มาประมวลความคิดวิเคราะห์แยกแยะเนื้อหาเหตุผลออกมา น่าตกใจ อะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนาโดยรวม ธรรมกาย สมเด็จช่วง แค่แผนโค่นล้มศรัทธาบังหน้าหรือไม่

ตอนนี้ ดูแล้วมันไม่ใช่เรื่องของธรรมกายเพียงอย่างเดียว มันเป็นเรื่องของพระพุทธศาสนาโดยรวม ที่เราไม่อาจจะแยกประเด็นออกไป ได้  พระพุทธศาสนากำลังบอบช้ำได้รับผลกระทบต่อวิกฤตศรัทธาของสาธุชน จากการนำเสนอข่าวในด้านลบของพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง  โดยกลุ่มคนที่อ้างตัวเองว่า ปกป้องพระพุทธศาสนา แต่มาทำหน้าที่ฟ้องพระสงฆ์ พระผู้ใหญ่  มีการใช้วาทกรรมที่ไม่ให้ความเคารพในพระสงฆ์อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งๆ ที่บรรพบุรุษและความเป็นไทยของเรานั้น ได้ผูกพันแน่นแฟ้นกับพระพุทธศาสนามาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนกลายมาเป็นเอกลักษณ์ของคนไทย ของชาติไทยในทุกวันนี้    การฟ้องร้อง สมเด็จวัดปากน้ำก็ดี  รวมถึงคดีของพระธัมมชโยก็ดี วิเคราะห์ให้ดี ก็จะเห็นความสอดคล้องเชื่อมโยงกัน เหมือนดวงชะตาที่ผูกความเจริญ ความเสื่อมไว้ด้วยกัน




ยกตัวอย่างกรณีของวัดพระธรรมกาย ก็ดูจะเป็นเป้าหมายหลัก เป้าหมายใหญ่ของการโจมตีในครั้งนี้ เนื่องจากมีความพร้อมในหลายๆ ด้าน มีกำลังศรัทธาของสาธุชนแข็งกล้าที่สุดในบรรดาวัดวาต่างๆ ในประเทศ และต่างประเทศ  อีกประการหนึ่ง ธรรมกายมีคนที่มีความเห็นต่างในทางแนวทางของธรรมกายอยู่พอสมควร  การโหมกระหน่ำโจมตี จากกลุ่มคนที่อ้างตนว่า เป็นผู้ปกป้องพระพุทธศาสนา โดย พระวอ. นายพอ นายมอ ได้กล่าวฟ้องร้องในคดีความต่างๆ ทั้งทางโลกทางธรรม โดยนำคดีเก่ามาเล่นบ้าง ไม่ได้ผลก็เริ่มคดีใหม่ รับบริจาคของโจร  โอ เป็นประเด็นที่พระคุณเจ้าทั้งหลายสะดุ้งกันทั้งสังฆมณฑล ถ้าคดีความนี้ สำเร็จต่อไปพระคุณเจ้าทั้งหลายรับอะไรต้องระวังกันอย่างหนัก ทั้งๆ ที่ไม่เคยจะไปถามว่า โยมจะถวายอะไรยังไง ขโมยมาหรือไม่ขโมยมา จากข่าวที่เกิดขึ้นทั้งฝ่ายที่เสนอและฝ่ายค้าน ทำให้ผมเกิดข้อสงสัย มองเห็นประเด็นที่ผิดปกติหลายอย่างในการทำงานของหน่วยงาน DSI ในการดำเนินการเร่งรัดคดีอย่างผิดปกติวิสัย และดูเหมือนจะเอาเป็นเอาตายให้ได้กับพระธัมมชโยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย แม้ลูกศิษย์พระธัมมชโยจะออกมาบอกว่า เจ้าอาวาสป่วยเป็นภูมิแพ้ และเป็นเบาหวานอาการสาหัสมาเป็นสิบปี และไม่ได้ออกจากวัดมาเป็นเวลานานก็ตาม แต่ดูเหมือนไม่ได้รับความสนใจจากดีเอสไอ จนเรื่องยืดเยื้อบานปลายกลายเป็นสงครามจิตวิทยาเล่นแง่ แฉกันไปแฉกันมา  อย่างที่เห็นตามข่าว ก็เลยมาไล่ดูข้อกฎหมายต่างๆ อย่างเป็นกลาง ก็มองเห็นความผิดปกติในคดีนี้จริงๆ และมันผิดตั้งแต่เริ่มต้นด้วย เหมือนติดกระดุมผิดเม็ดแรกเม็ดต่อไปก็ผิด  เหมือนดีเอสไอมีวาระอะไรซ่อนเร้น มีเป้าหมายอะไรที่ตั้งธงไว้แล้ว อ่านไปแรกๆ ก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่พอไปเห็นตัวประกอบเดิมๆ ที่ออกมาทางสื่อบ่อยๆ พระสอ นายพอ นายมอ แล้วเกิดความสงสัยขึ้นทับทวี  ดูเหมือนทำเป็นกระบวนการที่คล้ายๆ กันทั้งสมเด็จช่วง และธรรมกาย เชื่อมกันไป โยงกันมาอย่างน่าสงสัย

   ดังนั้น จึงเป็นเหตุให้ผมต้องมาเขียนเตือนสติพี่น้องเราชาวเน็ต ที่อาจจะไม่ชอบธรรมกาย และได้แต่อ่านข่าว อยากให้คุณไปวิเคราะห์ดีๆ อย่างที่ผมนำเสนอ แล้วคุณจะพอจับทางได้ว่า มันมีความผิดปกติ มันมีลักษณะการกระทำที่เป็นกระบวนการอยู่จริง และไม่อยากให้รีบตัดสินใจว่า ว่าธรรมกายเลวร้ายตามสื่อ ขอให้เฝ้าดูด้วยใจที่เป็นกลาง เป็นธรรม อย่าเอาอคติ มีความไม่ชอบใจนำหน้า แต่ให้เห็นกับพระพุทธศาสนาโดยรวม ที่เราสังคมออนไลน์จะช่วยกันจรรโลงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป และไม่ก่อบาปต่อกันได้ ใครทำกรรมใดไว้ หนีไม่พ้นของกรรมนั้นแน่นอน

ด้วยรักและห่วงใยพระพุทธศาสนาสุดหัวใจ

ที่มา  นายหิ่งห้อยน้อย..

________________________________________
ดูเหมือนทำเป็นกระบวนการที่คล้ายๆ กันทั้งสมเด็จช่วง และวัดพระธรรมกาย เชื่อมกันไป โยงกันมาอย่างน่าสงสัย  ดูเหมือนทำเป็นกระบวนการที่คล้ายๆ กันทั้งสมเด็จช่วง และวัดพระธรรมกาย เชื่อมกันไป โยงกันมาอย่างน่าสงสัย Reviewed by janjaoka pim on 17:43:00 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น :

ขับเคลื่อนโดย Blogger.