“ชมรมโคราชรวมใจ”ชี้ ข้อกล่าวหาของ “ดีเอสไอ” ไม่เป็นธรรม เป็นการใส่ร้ายป้ายสี ขอให้ยุติการดำเนินคดี



ลูกศิษย์ หลวงพ่อธรรมชโย โคราช รวมตัว ขอความเป็นธรรมให้ “พระธัมมชโย” ณ ศาลากลางโคราช
ศูนย์ข่าวนครราชสีมา-  “ชมรมโคราชรวมใจ”  ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมและให้กำลังใจ “พระเทพญานมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย)” เจ้าอาวาสวัดธรรมกาย ยกย่อง “หลวงพ่อธัมมชโย” ไม่ใช่ภัยของประเทศชาติ แต่ เป็นผู้นำแห่งความดี
ชี้ ข้อกล่าวหาของ “ดีเอสไอ” ไม่เป็นธรรม เป็นการใส่ร้ายป้ายสี ขอให้ยุติการดำเนินคดี
เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (3 พ.ค.) ที่บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา กลุ่มชมรมโคราชรวมใจ กว่า 50 คน พร้อมใจกันสวมชุดสีขาวรวมตัวให้กำลังใจ และขอความเป็นธรรมให้กับ พระเทพญาณมหามุนี หรือ “หลวงพ่อธัมมชโย” เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี
โดยพากันถือป้ายระบุข้อความต่างๆ เช่น “ หลวงพ่อธัมมชโย ไม่ใช่ภัยของประเทศชาติ” , “หลวงพ่อธัมมชโย คือผู้นำแห่งความดี” และ พุทธบริษัท 4 รวมตัวขอความเป็นธรรมให้หลวงพ่อธัมมชโย” เป็นต้น
พร้อมยื่นหนังสือเปิดผนึกผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับพระเทพญาณมหามุนี หรือ “พระธัมมชโย” กรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ออกหมายเรียกพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในฐานะผู้ต้องหา
ข้อหากระทำผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร หลัง พระธัมมชโย มีชื่อเป็นผู้ได้รับเช็คบริจาคจาก นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น
ทั้งนี้สาระสำคัญของหนังสือระบุว่า ทางชมรมโคราชรวมใจ เห็นว่า การกระทำดังกล่าว ไม่เป็นธรรมต่อ พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย และเป็นการกล่าวหาใส่ร้ายป้ายสีมากกว่า จึงได้ยื่นหนังสือเพื่อร้องขอความเป็นธรรมจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา
เพื่อช่วยปกป้องให้ความเป็นธรรมแก่ พระธัมมชโย โดยไม่ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดี กับพระธัมมชโย ซึ่ง มี นายอัสนีย์ เชาว์วาทิน หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนครราชสีมา ได้เดินทางมารับหนังสือดังกล่าวพร้อมรับปากจะเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป หลังจากนั้นก็ได้แยกย้ายกันไปด้วยความสงบ

“ชมรมโคราชรวมใจ”ชี้ ข้อกล่าวหาของ “ดีเอสไอ” ไม่เป็นธรรม เป็นการใส่ร้ายป้ายสี ขอให้ยุติการดำเนินคดี “ชมรมโคราชรวมใจ”ชี้ ข้อกล่าวหาของ “ดีเอสไอ” ไม่เป็นธรรม เป็นการใส่ร้ายป้ายสี ขอให้ยุติการดำเนินคดี Reviewed by Mindful News on 01:22:00 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น :

ขับเคลื่อนโดย Blogger.