ความคืบหน้าล่าสุดที่เป็นประเด็นปัญหาของการพูดคุยสันติภาพชายแดนใต้



หมายเหตุกองบรรณาธิการ: บทแปลชิ้นนี้แปลมาจากบทความต้นฉบับในบล็อกของอาบูฮาฟิซ อัลฮากิม คือ “Dissecting the T-O-R” ซึ่งกองบรรณาธิการเห็นว่าบทความชิ้นนี้ให้ภาพความคืบหน้าล่าสุดที่เป็นประเด็นปัญหาของการพูดคุยสันติภาพจากแง่มุมของผู้ที่มีบทบาทบนโต๊ะพูดคุยได้เป็นอย่างดี เพื่อต่อเติมความเข้าใจสถานการณ์ล่าสุด ทางกองบรรณาธิการจึงขอนำมาเสนอในทีนี้ ขอขอบคุณ ‘เวทิน ทิชากร’ ที่ลงแรงแปลงานชิ้นนี้อย่างละเอียดรอบคอบ
วิเคราะห์ TOR
การประชุมครั้งล่าสุดของคณะทำงานร่วมกระบวนการพูดคุยสันติภาพ/สันติสุข (Joint Working Group-Peace Dialogue Process, JWG-PDP) ซึ่งเป็นชื่อทางการของกระบวนการพูดคุยสันติภาพ (ที่ยังไม่เป็นทางการ) ระหว่างรัฐบาล(ทหาร)ไทย [Thai (military) Government, TmG] กับขบวนการปลดปล่อยปาตานี (MARA Patani) เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2559 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ หัวหน้าคณะของปาร์ตี้เอ พลเอกอักษรา เกิดผล ได้แจ้งที่ประชุมว่ารัฐบาลทหารไทยยังไม่พร้อมที่จะเห็นชอบร่างข้อกำหนดการพูดคุย (Terms of Reference, TOR) เนื่องจากนายกรัฐมนตรีของไทยยังไม่อนุมัติ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครทราบเหตุผลที่แท้จริง
วันถัดมา 28 เมษายน 2559 มาราปาตานีได้ออกแถลงการณ์ อัพเดทสั้นๆเกี่ยวกับการประชุมวันที่ 27/4/59 ซึ่งเผยแพร่อย่างกว้างขวางตามสื่อต่างๆ “แม้ว่าเราจะผิดหวังกับการตัดสินใจดังกล่าว แต่ก็เคารพการตัดสินใจนั้น ส่วนประเด็นเรื่องพื้นที่ปลอดภัยไม่ได้มีการพูดถึง” (ดู http://www.deepsouthwatch.org/node/8600 เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของบทความ 27 เมษายน 2559) [ดูข่าวในภาษาไทยที่ http://www.deepsouthwatch.org/dsj/8666] มาราปาตานีจะให้เวลารัฐบาลทหารไทยอย่างเต็มที่ในการพิจารณาร่าง TOR และขอให้แจ้งแก่ผู้อำนวยความสะดวกต่อไป
ปฏิกิริยาตอบสนองจากรัฐบาลทหารไทยก็รวดเร็วและรุนแรงพอกัน “...ประเทศไทยไม่สามารถเจรจากับผู้กระทำผิดกฎหมาย จะต้องยึดกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายเป็นหลัก” นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชากล่าว “ทำไมเราต้องยอมรับข้อเรียกร้องที่ว่าจะให้เรียกเขาอย่างไร? คุณรู้ไหมว่าเขามีกี่กลุ่ม? คุณรู้ไหมว่าทำไมต้องคุยต่างประเทศ เพราะมันคุยในประเทศไม่ได้” (ดู http://www.thaivisa.com/forum/topic/913816-pm-shuns-peace-dialogue-with-separatist-groups/)   
พลเอกอักษราดูเป็นการทูตมากกว่า “การพูดคุยกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้ยังคงมีอยู่ แต่การหยุดยิงบางพื้นที่จะต้องเกิดขึ้นก่อนประเทศไทยจะเห็นชอบข้อกำหนดในการเดินหน้ากระบวนการสันติภาพ” หัวหน้าทีมเจรจาของกรุงเทพกล่าวเมื่อวันศุกร์
“ถ้ายังคงมีความรุนแรงในพื้นที่ สังคมจะไม่เชื่อมั่นการพูดคุยสันติสุข” พลเอกอักษรากล่าวสองวันหลังจากที่นำคณะพูดคุยไปประชุมที่กรุงกัวลาลัมเปอร์กับทีมเจรจาของฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบ
“ด้วยเหตุนี้ การยุติความรุนแรงในพื้นที่จะต้องเกิดขึ้น และเมื่อนั้นเราจึงจะสามารถเตรียมการเรื่อง TOR ที่ครอบคลุมช่วงการสร้างความไว้วางใจ” เขาบอกกับผู้สื่อข่าวในกรุงเทพ (ดู http://www.benarnews.org/english/news/thai/talks-folo-04292016135059.html)
ณ จุดนี้ ดูเหมือนทั้งสองฝ่ายได้กล่าวถึงเอกสารชิ้นหนึ่งบ่อยครั้งแต่มีคนเข้าใจมันน้อยมาก คือ TOR (Terms of Reference/ ข้อกำหนดในการปฏิบัติ) การประชุมเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2559 ซึ่งเดิมคาดว่าจะมีการรับรองเอกสารนี้ กลับยุติลงหลังจากคุยกันไปแค่ 75 นาที ก่อให้เกิดข้อสงสัยและคำถามมากมาย TOR คืออะไร? สำคัญอย่างไร? ทำไมประเทศไทยจึงไม่รับรองแม้ว่าทีมเทคนิคทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันได้แล้ว?
จริงๆ TOR ไม่ใช่อะไรใหญ่โต มันเป็นเพียงชุดของกติกาและกฎเกณฑ์สำหรับสองฝ่ายหรือมากกว่านั้นที่จะเห็นร่วมกันและปฏิบัติตามในการติดต่อสัมพันธ์ระหว่างกัน ถือเป็นข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับการดำเนินกิจกรรมใดๆ ไม่ว่าจะเป็นเกม การแข่งขัน ธุรกิจ หรือการติดต่อสัมพันธ์อื่นๆ ในกรณีนี้ ก็คือข้อกำหนดสำหรับการพูดคุยสันติภาพระหว่างรัฐบาลทหารไทยและมาราปาตานี วัตถุประสงค์หลัก คือ ให้แต่ละฝ่ายได้ตระหนักถึงจุดยืน บทบาท ความรับผิดชอบ และข้อจำกัดในการพูดคุยกับอีกฝ่าย สิ่งสำคัญสำหรับ TOR คือ จะต้องได้รับการเห็นชอบจากทั้งสองฝ่าย
มันไม่สมเหตุสมผลที่จะตกลงอะไรกันไปในเรื่องสำคัญๆ โดยปราศจากกติกาหรือข้อกำหนดที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องมีในการปฏิบัติต่อกันและกัน ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะตกลงเรื่องสำคัญในกระบวนการสันติภาพโดยไม่มี TOR ตัว TOR นี้จะเป็นสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่กันและกัน ในกระบวนการสันติภาพครั้งก่อนภายใต้รัฐบาลพลเรือนซึ่งมีคุณยิ่งลักษณ์ฯ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการลงนามในฉันทามติทั่วไปในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 และ TOR ก็ได้รับการอนุมัติง่ายๆ ในการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2556 โดยไม่ติดขัดอะไร
ถึงแม้ว่า TOR ขณะนี้จะยังเป็นแค่ “ร่าง” และไม่เหมาะสมที่จะเปิดเผยรายละเอียดเนื้อหาที่เขียนไว้ในร่างดังกล่าวนั้น แต่การให้เห็นภาพคร่าวๆ ว่าร่าง TOR ที่ว่านี้เกี่ยวกับเรื่องอะไรและสองฝ่ายมีการพูดคุยกันอย่างไร ก็จะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและผู้สนใจ
ร่าง TOR นี้มี 8 หัวข้อในภาพรวมดังนี้
หัวข้อที่ 1 ฉายภาพความเป็นมาของกระบวนการสันติภาพ
หัวข้อที่ 2 ระบุถึงคู่พูดคุย ปาร์ตี้เอ (ประเทศไทย) และบี (มาราปาตานี)
หัวข้อที่ 3 กำหนดรายละเอียดบทบาทของผู้อำนวยความสะดวก (มาเลเซีย)
หัวข้อที่ 4 กล่าวถึงการตั้งคณะทำงานเชิงเทคนิค
หัวข้อที่ 5 กำหนดขอบเขตพื้นที่ทางภูมิศาสตร์
หัวข้อที่ 6 ครอบคลุมถึงการบริหารจัดการเชิงธุรการ
หัวข้อที่ 7 กล่าวถึงการจัดการกับประเด็นอ่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ตลอดจนการคุ้มครองปาร์ตี้บี
หัวข้อที่ 8 ปิดท้ายด้วยคำขอแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อกำหนด
ร่าง TOR ล่าสุดนี้ ได้รับรองกระบวนการที่เริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ซึ่งอำนวยความสะดวกโดยมาเลเซีย ร่าง TOR ฉบับนี้มุ่งหมายที่จะเริ่มต้นกระบวนการที่เป็นทางการ โดยประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับการพูดคุยสันติภาพว่าเป็นวาระแห่งชาติ คำว่า “Immunity” (ความคุ้มกันทางกฎหมาย) ที่อาจจะก่อให้เกิดข้อถกเถียงมากๆ ก็ไม่ได้ปรากฏอยู่ที่ใดเลยในเอกสารความยาวหกหน้านี้
ทั้งสองฝ่ายได้แต่งตั้งทีมเทคนิคเพื่อเป็นคณะทำงานทางเทคนิคสำหรับการจัดทำร่าง TOR พลโทนักรบ บุญบัวทองเป็นหัวหน้าทีมของปาร์ตี้เอในขณะที่อุสตาซสุกรี ฮารีเป็นหัวหน้าของปาร์ตี้บี มีการแลกเปลี่ยน ถกเถียง โต้แย้ง และตรวจสอบร่างเอกสารโดยคณะทำงานดังกล่าว หลังจากประชุมกันสามรอบตลอดช่วงระยะเวลาห้าเดือน ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปและเห็นชอบร่วมกันในวันที่ 23 มีนาคม 2559
ร่าง TOR ที่เห็นร่วมกันจะปูทางไปสู่กระบวนการที่เป็นทางการเนื่องจากข้อเสนอ 3 ข้อของมาราปาตานีได้ถูกระบุไว้แล้วในเอกสาร (ดูข้อเสนอของมาราปาตานีในรายละเอียดได้ที่ http://www.deepsouthwatch.org/node/7833) [ดูเวอร์ชั่นแปลไทยที่ http://www.deepsouthwatch.org/dsj/7940]  ขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าข้อเสนอดังกล่าวไม่ใช่ข้อเรียกร้องแต่อย่างใด เมื่อกระบวนการเป็นทางการแล้ว ประเด็นเนื้อหาต่างๆ จะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกัน ซึ่งรวมถึงพื้นที่ปลอดภัยด้วย คณะกรรมการกำกับทิศทางของมาราปาตานีได้อนุมัติร่าง TOR นี้แล้วช่วงต้นเดือนเมษายน 2559
จากทั้งหมด 8 หัวข้อในร่าง TOR ตอนที่มีการพูดคุยกันมากที่สุดคือ หัวข้อที่ 2, 5, และ 7 ซึ่งแลกเปลี่ยนโต้เถียงกันนานหลายชั่วโมง หัวข้อที่ 2 เกี่ยวข้องกับการระบุว่าใครคือปาร์ตี้บี รัฐบาลทหารไทยเสนอให้เรียกว่า “กลุ่มผู้มีความเห็นแตกต่างจากรัฐ” โดยไม่ได้เอ่ยถึงชื่อ “มาราปาตานี” ในการพูดคุยครั้งก่อน (2556) มีการระบุถึง BRN แต่ครั้งนี้เราต้องการให้ระบุชัดมากขึ้น กลุ่มขบวนการไม่ใช่แค่ BRN แต่คือมาราปาตานี ซึ่งเป็นองค์กรร่มที่ตั้งขึ้นโดยหกกลุ่มขบวนการ (ดู “มาราปาตานีคืออะไร?http://www.deepsouthwatch.org/node/7211)  [ดูเวอร์ชั่นแปลไทยที่  http://www.deepsouthwatch.org/dsj/7212]
เราเข้าใจข้อกังวลของรัฐบาลทหารไทยที่ว่า การยอมรับมาราปาตานีในฐานะคู่พูดคุยเปรียบเสมือนกับการให้การรับรองและยกระดับสถานะของขบวนการเคลื่อนไหวปาตานี ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลทหารไทย หรือไม่ว่ารัฐบาลชุดใดของไทยก็ตาม พยายามเสมอมาที่จะหลีกเลี่ยงประเด็นนี้ การปฏิเสธที่จะยอมรับคู่พูดคุยของคุณโดยเว้นที่จะเอ่ยถึงชื่อของเขานั้น หมายถึงการไม่ให้เกียรติกันและใจที่คับแคบ มันแสดงให้เห็นว่าไม่จริงใจที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับอีกฝ่าย
คำกล่าวของพลเอกอักษราที่อ้างว่าไม่รับมาราปาตานีหรือไม่รับร่าง TOR เพราะยังมีความรุนแรงเกิดขึ้นต่อเนื่องนั้น ไม่ได้มีความเชื่อมโยงกันเลยและเป็นเหตุผลที่รับไม่ได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านสันติภาพส่วนใหญ่เห็นพ้องว่า ความรุนแรงไม่มีทางที่จะยุติลงได้ในทันทีที่กระบวนการสันติภาพเริ่มต้นขึ้น ในบางกรณี ความรุนแรงกลับเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำไป และอย่าลืมว่า ความรุนแรงในพื้นที่มาจากทั้งสองฝ่ายและจากกลุ่มคนไม่ทราบฝ่าย ไม่ใช่มาจากกลุ่มขบวนการเพียงฝ่ายเดียว
สืบเนื่องจากที่พลเอกอักษรากล่าวอีกว่า ไม่มีความชัดเจนว่ามาราปาตานีมีความชอบธรรมเพียงใดในฐานะองค์กรร่มที่จะมาเจรจาในนามของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ และผู้ก่อความไม่สงบในระดับต่างๆ ให้การสนับสนุนอย่างเป็นเอกภาพหรือไม่ “อย่างที่ผมเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ พวกเขาไม่มีสถานะที่ชัดเจน ในขณะที่เราได้รับคำสั่งจากสำนักนายกรัฐมนตรี [ที่จะเจรจา] ดังนั้น ผมอยากจะบอกว่า เราควรสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกันต่อไป” พลเอกอักษรากล่าว (ดู http://www.benarnews.org/english/news/thai/talks-folo-04292016135059.html)
ในมุมมองของมาราปาตานี เราได้ร้องขอให้ปาร์ตี้เอยอมรับ ซึ่งไม่จำเป็นต้องรับรอง ว่าเราคือคู่สนทนาในทางพฤตินัย กล่าวคือ ปาร์ตี้บีมิใช่ใครอื่นนอกจากมาราปาตานี คำถามสำคัญยิ่งในประเด็นนี้ คือ “คนๆ หนึ่งจะนับว่ามีความจริงใจและตรงไปตรงมาได้อย่างไร ในเมื่อเขาไม่แม้กระทั่งเอ่ยถึงชื่อคนที่เขาคุยอยู่ด้วย?”
การแลกเปลี่ยนในประเด็นพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่อยู่ในหัวข้อที่ 5 ค่อนข้างจะราบรื่น แรกเริ่มทีเดียว มาราปาตานีเสนอให้ครอบคลุมห้าจังหวัด ซึ่งอยู่บนฐานของนิยามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ต่อมาภายหลังก็ได้ข้อสรุปที่สามจังหวัด (ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) และสี่อำเภอในจังหวัดสงขลา ในขณะที่สตูลและสะเดา แม้จะไม่ได้รวมอยู่ในร่าง TOR นี้ แต่คณะทำงานเชิงเทคนิคก็ตกลงที่จะระบุไว้ในบันทึกการประชุมว่าจะมีการหารือต่อไปในอนาคต การระบุเช่นนี้จะทำให้ประชาชนในทั้งสองพื้นที่ดังกล่าวสามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเองว่าต้องการจะเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงทางการเมืองในอนาคต หรือจะอยู่อย่างที่เป็นในขณะนี้
ประเด็นที่แลกเปลี่ยนกันอย่างเข้มข้นคือในหัวข้อที่ 7 ซึ่งเดิมได้เน้นไปที่ “Immunity” (ความคุ้มกันทางกฎหมาย) คำๆ นี้ค่อนข้างอ่อนไหวสำหรับรัฐบาลทหารไทย เราจึงหาคำอื่นมาแทน คือ “การให้ความปลอดภัยและความคุ้มครองแก่ปาร์ตี้บี” (Security Facilitation and Protection for Party B) ซึ่งมีนัยยะของการให้หลักประกันความปลอดภัยจากการถูกคุมขังและดำเนินคดีในการเดินทางเข้าและออกจากประเทศไทย รวมถึงขณะที่อยู่ในประเทศไทยในภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสันติภาพ
มาตรการที่เหมาะสมนี้ เป็นไปเพื่อเอื้ออำนวยให้สมาชิกของปาร์ตี้บีสามารถทำหน้าที่ทางการเมืองและภารกิจของตนได้โดยไม่ถูกขัดขวางหรือรบกวน ซึ่งกระบวนการสันติภาพอื่นๆ ทั่วโลกก็มีมาตรการเช่นเดียวกันนี้ แม้คำว่า “ความคุ้มกันทางกฎหมาย” จะไม่ปรากฏในร่าง TOR ทั้งสองฝ่ายก็ตกลงที่จะระบุประเด็นดังกล่าวไว้ในบันทึกการประชุมสำหรับการพูดคุยในอนาคต การจะสร้างพื้นที่ปลอดภัยหรือการหยุดยิงแบบจำกัดพื้นที่ในอนาคต จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องความคุ้มกันทางกฎหมายกันอีกครั้ง เนื่องจากเป็นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกของปาร์ตี้บีที่จะต้องเปิดเผยตัวในพื้นที่ดังกล่าว
สำหรับข้อเสนอให้กระบวนการสันติภาพเป็น “วาระแห่งชาติ” นั้น ก็ผ่านไปโดยราบรื่นแล้ว ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเขียนไว้ในร่าง TOR เพื่อเป็นหลักประกันว่า กระบวนการจะมีความต่อเนื่องแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล รัฐบาลทหารไทยเองก็ได้ยืนยันในหลายโอกาสและในเอกสารต่างๆ รวมถึงคำยืนยันต่อองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ในปี 2550 ว่า การแก้ไขความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ถือเป็นวาระแห่งชาติ
ช่วงหลังๆ นี้ มีคำแถลงที่ไม่ค่อยบวกนักจากรัฐบาล นายกรัฐมนตรีเหน็บแนมเราว่าเป็น “ผู้กระทำผิดกฎหมาย” ในขณะที่พลเอกอักษราก็บอกว่า เรา มาราปาตานี ไม่มีสถานะที่ชัดเจน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องได้รับความคุ้มกันทางกฎหมายหรือการคุ้มครองความปลอดภัย สมาชิกของมาราปาตานีมองว่าถ้อยแถลงทั้งสองนี้เป็นการดูถูกพวกเราและไม่มีเหตุมีผล
“เราไม่ต้องการให้มีการพูดคุยสันติภาพ” นายกรัฐมนตรีกล่าว “แต่เพราะรัฐบาลที่แล้วเริ่มต้นไว้ เราเลยต้องทำต่อ ทั้งที่รู้ว่าจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้” และกล่าวต่อว่า “รัฐบาลที่แล้วยืนยันที่จะทำ เราก็เลยถูกบังคับให้เดินต่อ ผมบอกไม่ ผมจะไม่เรียกมาราปาตานี และจะไม่รับรองใครทั้งนั้น มันผิดกฎหมาย” (ดู http://www.isranews.org/south-news/scoop/item/46609-tor_46609.html)
เราไม่อยากพูดให้เสียมารยาท แต่มันก็ต้องย้ำเตือนรัฐบาลเช่นเดียวกันว่า สถานะของพวกเขาก็เป็นปัญหาพอๆ กัน ด้วยความจริงที่ว่ารัฐบาลนี้ได้อำนาจมาอย่างผิดกฎหมายจากการรัฐประหาร ถ้าการทำรัฐประหารล้มเหลว ผู้ที่ก่อการก็จะกลายเป็นกบฏและจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายไทย เราต้องการที่จะเตือนความจำนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ฯ ถึงเมื่อครั้งไปเยือนกรุงกัวลาลัมเปอร์ในวันที่ 1 ธันวาคม 2557 ที่ได้พบกับนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัก เพื่อขอให้เริ่มต้นกระบวนการสันติภาพอีกครั้งโดยมีมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก สาระสำคัญของการเยือนครั้งนั้นขัดแย้งอย่างยิ่งกับคำสัมภาษณ์ข้างต้นของพลเอกประยุทธ์ฯ
ในกระบวนการสันติภาพใดๆ ก็ตาม การเคารพให้เกียรติกันและกันและการใช้การทูตที่เหมาะสม ถือเป็นการปฏิบัติที่สำคัญหากทั้งสองฝ่ายจริงใจและต้องการที่จะประสบความสำเร็จ เราจำเป็นต้องร่วมมือกัน มิใช่ขัดขวางกัน เราจำเป็นต้องเปิดใจและยืดหยุ่น มิใช่ปิดใจและแข็งกร้าวต่อกัน เราจำเป็นต้องประนีประนอมและหันหน้าเข้าหากัน มิใช่ตั้งแง่และเผชิญหน้ากัน เราต้องค้นหาความต้องการและข้อกังวลของกันและกัน ร่วมกันทำงานเพื่อหาทางออกที่เป็นไปได้และดีที่สุดในการบรรลุสันติภาพที่เป็นธรรม รอบด้าน และยั่งยืนสำหรับประชาชนปาตานี ไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะเป็นเชื้อชาติ ศาสนา หรือชนชั้นใด          
อาบูฮาฟิซ อัล-ฮากิม – จากนอกรั้วปาตานี
19 พฤษภาคม 2559/ 12 Sha’ban 1437 H

(ผู้เขียนเป็นสมาชิกของคณะพูดคุยสันติภาพมาราปาตานี ข้อคิดเห็นในบทความชิ้นนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนและไม่ได้สะท้อนความเห็นที่เป็นทางการของมาราปาตานี)
เวทิน ทิชากร – แปล
จากบทความ “Dissecting the T-O-R” โดย Abu Hafez Al-Hakim
- See more at: http://www.deepsouthwatch.org/dsj/8764#sthash.ABAYEOWH.dpuf
ความคืบหน้าล่าสุดที่เป็นประเด็นปัญหาของการพูดคุยสันติภาพชายแดนใต้ ความคืบหน้าล่าสุดที่เป็นประเด็นปัญหาของการพูดคุยสันติภาพชายแดนใต้ Reviewed by Mindful News on 07:23:00 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น :

ขับเคลื่อนโดย Blogger.