เหตุที่พุทธสูญสิ้น ที่อินเดีย มีอะไรบ้าง? โดย #พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต)



"เหตุที่พุทธสูญสิ้น ที่อินเดีย"
โดย...พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต) .....
๑.ใจกว้างจนลืมหลัก เสียหลักจนถูกกลืน
ชาวพุทธใจกว้าง แต่ศาสนาอื่นเขาไม่ใจกว้างด้วย บางทีก็กว้างเลยเถิดไป จนลืมหลัก ไม่มีหลัก ไม่ยืนหลักของตัวไว้ เลยกลายเป็นกลมกลืนกับเขา จนศาสนาของตัวเองหายไปเลย เป็นเหตุสำคัญให้พระพุทธศาสนาสูญสิ้นไป (คำสอนฮินดูปลอมปน+มุสลิมปราบฆ่าเผาวัดตำรา-บังคับเปลี่ยนศาสนา)

๒.จุดที่เสื่อม คือ ชาวพุทธลืมหลักกรรม
ไม่เอาการกระทำของตัวเองเป็นหลัก ไปหวังพึ่งเทพเจ้า-ฤทธิ์-ปาฏิหาริย์ ไม่กระทำด้วยตนเอง ก็งอมืองอเท้า มันก็มีแต่ความเสื่อมไป

๓.เฉยมิใช่ไร้กิเลส แต่เป็นเหตุให้พระศาสนาสิ้น
ภัยกระทบกระเทือนส่วนรวม ชาวพุทธไม่น้อยที่วางเฉย ไม่เอาเรื่อง แล้วเห็นลักษณะนี้เป็นดีไปว่าไม่มีกิเลส ในทางตรงข้าม ถ้าไปยุ่งก็ว่ามีกิเลส อันนี้ อาจจะพลาดจากคติพุทธศาสนาไปเสียแล้ว และจะกลายเป็นเหยื่อเขา คติที่ถูกต้องนั้น สอดคล้องกับหลักความจริงที่ว่า “พระอรหันต์ หรือ ท่านผู้หมดกิเลสนั้น เป็นผู้บรรลุประโยชน์ตนสมบูรณ์แล้ว หมดกิจที่จะต้องทำเพื่อตนเองแล้ว จึงมุ่งแต่จะบำเพ็ญประโยชน์เพื่อผู้อื่น ขวนขวายในกิจของส่วนรวมอย่างเต็มที่”

๔. การฝากศาสนาไว้กับพระอย่างเดียว (ฆราวาสทอดธุระ)
พระพุทธเจ้าตรัสว่า "พระศาสนานั้นอยู่ด้วยบริษัททั้ง ๔ คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ไม่ใช่บริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่จะต้องช่วยกัน" เหมือนโจรผู้ร้ายเข้ามาปล้นบ้านของเรา แทนที่จะรักษาทรัพย์สมบัติของเรากลับยกสมบัตินั้นให้โจรไปเสีย

ที่มา: 
ทองมั่น แสนไชย
เหตุที่พุทธสูญสิ้น ที่อินเดีย มีอะไรบ้าง? โดย #พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต) เหตุที่พุทธสูญสิ้น ที่อินเดีย มีอะไรบ้าง?  โดย #พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต) Reviewed by Mindful News on 09:11:00 Rating: 5

34 ความคิดเห็น :

  1. คำตอบ
    1. ท่านมีหลักการและเหตุผลรองรับรอบด้านเสอม

      คนไม่ศึกษาอะไรแล้วไปปรามาสท่าน
      ก็เหมือนถ่มน้ำลายขึ้นฟ้า เมาทิฐิตัวเอง

      ลบ
    2. ท่านมีหลักการและเหตุผลรองรับรอบด้านเสอม

      คนไม่ศึกษาอะไรแล้วไปปรามาสท่าน
      ก็เหมือนถ่มน้ำลายขึ้นฟ้า เมาทิฐิตัวเอง

      ลบ
    3. ไม่เห็นด้วยก็อย่าลบหลู่ครับ

      ลบ
    4. ศึกษามาซิครับถึงทำให้รู้ ใครไม่ศึกษาย่อมไม่รู้
      ใครไม่ฟังผู้รู้...ก็ไม่รู้ซินะ

      ลบ
    5. ศึกษามาซิครับถึงทำให้รู้ ใครไม่ศึกษาย่อมไม่รู้
      ใครไม่ฟังผู้รู้...ก็ไม่รู้ซินะ

      ลบ
    6. เห็นมาสิ ลองเข้าแค่วัดในไทยก็รู้ละ ทั้งเจ้าแม่กวนอิมเอย พระพิฆเนศเอย ยันอ๊อปติมัสพรามแห่งทรานฟอร์มเมอร์ก็ยังมี ขนาดจะหล่อพระขึ้นมาซักองค์ ยังให้พราหมมาทำให้ หรือขนาดในบ้านมีพระพุทธรูป นอกบ้านก็ยังมีพระภูมิ ในรถมีแม่ย่านาง สรุปคนไทยเมืองพุทธครัช

      ลบ
    7. พระพุทธเจ้าไม่ให้อเสวะนากับพวก "คนพาล" คนพาลในที่นี้หมายถึงบุคคลที่ไม่ยอมรับความคิดเห็นของคนอื่น มีทิฎฐิตัวเองเป็นที่ตั้ง ชักนำไปในทางที่ชั่ว เป็นต้น ฯลฯ ศาสนาอื่นเป็นแค่เศษสวะที่มากระทบศาสนาพุทธเท่านั้นหละ หามีอำนาจที่จะมาปดบังศาสนาพุทธเราได้....ท่านที่คอมเม้น ก็คงจะเป็นพวก "อเสวนา"

      ลบ
  2. ท่านถามมาแบบนี้หมายความว่าอย่างไรครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. คนถาม(ไปเห็นมารึครับ)

      ลบ
    2. คนถาม(ไปเห็นมารึครับ)

      ลบ
  3. หน้าที่ชาวพุทธเว้นชั่วทำความดีทำจิตให้ผ่องใสควรทำกันให้เต็มที่ตามหน้าที่ของชาวพุทธ ทุกวันนี้ดูเหมือนจะพากันพร่องไปเพราะกระแสโลกพัดกระหน่ำที่เราถูกรุมเร้าจนเสียหลักเหมือนท่านพระพรหมคุณาภรณ์ว่า

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. คนเขียนนิยายแต่งว่าอินเดียเป็นที่ประสูตรของพระพุทธเจ้าคือคนอังกฤษหนังสือเล่มนั้นขายดีเท่น้ำเท่ทาที่อังกฤษแล้วก็เอานักโบราณคดี 2 คนเข้ามาทำขุดโน้นขุดนี้แล้วก็สรุปว่าที่นั้นที่นี้เป็นอย่างนี้อย่างโน้นโดยอ้างอิงพระไตรปิฏกอย่างคราว(เขียนสมัยอังกฤษยึดครองอินเดีย)อีกไม่กี่ปีก็ประกาศเป็นมรดกโลก

      ลบ
    2. คนเขียนนิยายแต่งว่าอินเดียเป็นที่ประสูตรของพระพุทธเจ้าคือคนอังกฤษหนังสือเล่มนั้นขายดีเท่น้ำเท่ทาที่อังกฤษแล้วก็เอานักโบราณคดี 2 คนเข้ามาทำขุดโน้นขุดนี้แล้วก็สรุปว่าที่นั้นที่นี้เป็นอย่างนี้อย่างโน้นโดยอ้างอิงพระไตรปิฏกอย่างคราว(เขียนสมัยอังกฤษยึดครองอินเดีย)อีกไม่กี่ปีก็ประกาศเป็นมรดกโลก

      ลบ
    3. คุณเหมไม่เชื่อว่าพระพุทธเจ้ามีจริง
      แล้วคุณเหมเชื่ออะไรบ้สงครับ

      ลบ
  4. แค่ชาวพุทธไม่จับผิดกัน ไม่ว่าร้ายกัน ตามหลักโอวาทปาฏิโมกข์ ก็ปิดโอกาสการแทรกแซงปองร้ายจากภายนอกศาสนาได้ส่วนหนึ่งแล้ว ที่เหลือก็หันหน้าปรึกษากันในการแก้ไข อุดจุดโหว่ช่องว่างอย่างสมานฉันท์ ก็จะป้องกันได้อีกระดับหนึ่ง ขอกราบมุฑิตากับพระเดชพระคุณท่านมา ณ โอกาสนี้ครับ

    ตอบลบ
  5. แค่ชาวพุทธไม่จับผิดกัน ไม่ว่าร้ายกัน ตามหลักโอวาทปาฏิโมกข์ ก็ปิดโอกาสการแทรกแซงปองร้ายจากภายนอกศาสนาได้ส่วนหนึ่งแล้ว ที่เหลือก็หันหน้าปรึกษากันในการแก้ไข อุดจุดโหว่ช่องว่างอย่างสมานฉันท์ ก็จะป้องกันได้อีกระดับหนึ่ง ขอกราบมุฑิตากับพระเดชพระคุณท่านมา ณ โอกาสนี้ครับ

    ตอบลบ
  6. แค่ชาวพุทธไม่จับผิดกัน ไม่ว่าร้ายกัน ตามหลักโอวาทปาฏิโมกข์ ก็ปิดโอกาสการแทรกแซงปองร้ายจากภายนอกศาสนาได้ส่วนหนึ่งแล้ว ที่เหลือก็หันหน้าปรึกษากันในการแก้ไข อุดจุดโหว่ช่องว่างอย่างสมานฉันท์ ก็จะป้องกันได้อีกระดับหนึ่ง ขอกราบมุฑิตากับพระเดชพระคุณท่านมา ณ โอกาสนี้ครับ

    ตอบลบ
  7. “จะ...แลดู...หรือ..ดูแล...กันดีเล่า”
    พุทธศาสนา จะอยู่ได้ เพราะโยมช่วย
    พระอำนวย ด้วยอีกแรง แข็งขยัน
    ประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน ให้ครบครัน
    ต่างร่วมกัน ต้องดูแล แพร่กระจาย
    พุทธศาสนา จะดำรง คงอยู่มั่น
    พระโยมนั้น ร่วมดูแล อย่าให้เสียหาย
    ถ้าต่างคน ต่างแลดู อย่างนิ่งดูดาย
    ก็วอดวาย สูญสลาย ทั้งพระโยม
    ...แล้วท่านล่ะ???...จะเลือกแบบไหน???

    ตอบลบ
  8. ฮินดูปลอมปน ไปหวังพึ่งเทพเจ้า-ฤทธิ์-ปาฏิหาริย์ สร้างสัญญลักษณ์ศาสนาฮินดู(พราหมณ์)เต็มวัด พระสงฆ์ที่โลภ สะสมทรัพย์สมบัติ มักทำสิ่งนี้ โดยลืมว่าตัวเองเป็นพระในพุทธศาสนา ทำลายศาสนาทั้งทางตรงทางอ้อม อุบาสก อุบาสิกาก็งมงายตามไปด้วย ถึงเวลาที่ต้องสังคายนาอย่างจริงจังแล้ว จับพระเลวๆสึกให้หมดเฉกเช่นสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ตรงใจสุดๆ ศาสนาไม่เคยเสื่อม พระต่างหากที่เสื่อม

      ลบ
    2. ตรงใจสุดๆ ศาสนาไม่เคยเสื่อม พระต่างหากที่เสื่อม

      ลบ
  9. คนเขียนนิยายแต่งว่าอินเดียเป็นที่ประสูตรของพระพุทธเจ้าคือคนอังกฤษหนังสือเล่มนั้นขายดีเท่น้ำเท่ทาที่อังกฤษแล้วก็เอานักโบราณคดี 2 คนเข้ามาทำขุดโน้นขุดนี้แล้วก็สรุปว่าที่นั้นที่นี้เป็นอย่างนี้อย่างโน้นโดยอ้างอิงพระไตรปิฏกอย่างคราว(เขียนสมัยอังกฤษยึดครองอินเดีย)อีกไม่กี่ปีก็ประกาศเป็นมรดกโลก

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เคยไปอินเดียหรือเปล่าครับ

      ลบ
  10. คนเขียนนิยายแต่งว่าอินเดียเป็นที่ประสูตรของพระพุทธเจ้าคือคนอังกฤษหนังสือเล่มนั้นขายดีเท่น้ำเท่ทาที่อังกฤษแล้วก็เอานักโบราณคดี 2 คนเข้ามาทำขุดโน้นขุดนี้แล้วก็สรุปว่าที่นั้นที่นี้เป็นอย่างนี้อย่างโน้นโดยอ้างอิงพระไตรปิฏกอย่างคราว(เขียนสมัยอังกฤษยึดครองอินเดีย)อีกไม่กี่ปีก็ประกาศเป็นมรดกโลก

    ตอบลบ
  11. ตกลงพระอลัชชีหรือฆราวาสที่คอยชี้คอยเตือนพระที่หลงผิดเป็นผู้ทำลายศาสนา หรือว่าคนไทยเราต้องการรักษาไว้เพียงแค่เปลือกที่ห่อหุ้มแก่นของศาสนา การจัดสร้างรูปพระพิฆคเนศให้บูชาในวัดเป็นพุทธหรือพราหมฮ่ินดูการจัดพิธีกรรมแปลกๆในวัดทำให้คนงมงายหรือไม่ จากที่เป็นศาสนาแห่งปัญญาแล้วปัจจุบันคนพุทธมีปัญญาหรืองมงาย

    ตอบลบ
  12. ตกลงพระอลัชชีหรือฆราวาสที่คอยชี้คอยเตือนพระที่หลงผิดเป็นผู้ทำลายศาสนา หรือว่าคนไทยเราต้องการรักษาไว้เพียงแค่เปลือกที่ห่อหุ้มแก่นของศาสนา การจัดสร้างรูปพระพิฆคเนศให้บูชาในวัดเป็นพุทธหรือพราหมฮ่ินดูการจัดพิธีกรรมแปลกๆในวัดทำให้คนงมงายหรือไม่ จากที่เป็นศาสนาแห่งปัญญาแล้วปัจจุบันคนพุทธมีปัญญาหรืองมงาย

    ตอบลบ
  13. ศาสนาพุทธสูญสิ้นในทุกประเทศ เกิดจากผู้นำเปลี่ยนศาสนา เพราะยึดโยงกับผู้นำมากเกินไป ไม่เหมือนพราหมณ์เขายึดโยงกับประชาชนคนส่วนมาก จึงอยู่ได้ตลอด พุทธดูเหมือนคนนับถือเยอะแต่คนที่เข้าใจว่าพุทธ
    คืออะไรมีน้อย คนเหล่านั้นจึงช่วยไม่ได้ เจอกฏหมายบังคับเปลี่ยนศาสนา ก็เปลียนกันหมด

    ตอบลบ
  14. ศาสนาพุทธสูญสิ้นในทุกประเทศ เกิดจากผู้นำเปลี่ยนศาสนา เพราะยึดโยงกับผู้นำมากเกินไป ไม่เหมือนพราหมณ์เขายึดโยงกับประชาชนคนส่วนมาก จึงอยู่ได้ตลอด พุทธดูเหมือนคนนับถือเยอะแต่คนที่เข้าใจว่าพุทธ
    คืออะไรมีน้อย คนเหล่านั้นจึงช่วยไม่ได้ เจอกฏหมายบังคับเปลี่ยนศาสนา ก็เปลียนกันหมด

    ตอบลบ
  15. หากถกเถียงกันแบบต่างเหตุผลกันคงไม่สิ้นสุดครับพระพุทธเจ้าทรงตรัสหลักกสลามสูตรไว้อย่างชัดเจนว่าด้วยหลักแห่งความเชื่อหากเราเป็นช้าวพุทธแท้ก็ไม่ต้องเดือดร้อนด้วยคนที่ไม่เชื่อพุทธประวัติเพราะเขาเหล่านั้นไม่ใช่ชาวพุทธอย่างแท่จริง...และหากแตาท่านทีามิใช่ชาวพุทธเป็นคนศาสนาอื่นก็มิควรมากล่าวว่ามีหรือมิมี้เพราะจะทำให้ทะเลาะกัน....พุทธะคือศาสดาเอกของโลกจริงๆ

    ตอบลบ
  16. ไม่น่าเป็นประเด็นถกกันในทำนองดราม่า พุทธศาสนาผ่านกาลเวลามานาน ย่อมตั้งอยู่และเสื่อมสลายไป เสื่อมแล้วกลับมาตั้งใหม่ได้หากมีผู้ไปเผยแพร่

    ตอบลบ
  17. ในวงการสงฆ์มักแสดงว่าสิ่งที่ตนเอาหลักคำสอนมาเทศนาเป็นของจริง เป็นพุทวจนะบ้างละ พุทธธรรมบ้างละ เป็นธรรมดาที่พุทธศาสนาผ่านกาลเวลามานาน 2,600 ปี ไม่อาจรู้เนื้อแท้เริ่มต้นเป็นอย่างไร อาจมีการเสริมแต่งภายหลังก็เป็นไปทั้งนั้น สิ่งที่ควรรู้คือเนื้อหาธรรมะนั้น นำมาปฎิบัติให้พ้นทุกข์ได้หรือเปล่าเท่านั้นเอง

    ตอบลบ
  18. ในวงการฆราวาสยิ่งแล้วใหญ่ มีการมองคนละประเด็นเกี่ยวกับความศรัทธา ผู้ที่เชื่อถือในพุทธศาสนามองถึงหลักคำสอนว่าช่วยพ้นทุกข์ได้ และเป็นจริงในธรรมชาติเสมอ ส่วนผู้ที่ขาดศรัทธาไปมองที่ตัวพระซึ่งมาจากคนนั่นแหละที่เข้าไปบวชและแสวงหาประโยชน์เงินทอง มันก็เป็นด้วยประการเช่นนี้แหละ

    ตอบลบ
  19. การใช้เหตุผลของตนมาดราม่าไม่เกิดประโยชน์อันใด เหตุผลก็มาจากกิเลสภายในที่บอกให้พูดอย่างนั้นอย่างนี้ การหาตรรกะมาพูดบางครั้งก็เป็นโทษได้ นั่นคือการทะเลาะเบาะแว้ง การลงมือปฏิบัติให้รู้แจ้งเห็นจริง เกิดโพธิปัญญา นั่นคือสิ่งประโยชน์สูงสุด

    ตอบลบ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.