"ตอนนี้สังคมพม่าเข้าใจความจริงแล้ว'.... แล้วเมื่อไรสังคมไทยจะเข้าใจ ? " - พระวีระทู

"พระ'วีระทู' มาไทยให้แง่คิดชาวพุทธ

'สันติสุขแบบสง่างามในสังคมพุทธมีไม่ได้ ถ้าไม่เข้มแข็ง
กว่ารัฐบาลและคณะสงฆ์จะเข้าใจท่านใช้เวลากว่า ๒๐ ปี
ตอนนี้สังคมพม่าเข้าใจความจริงแล้ว'....
แล้วเมื่อไรสังคมไทยจะเข้าใจ ? "
+×÷=+×÷=%
@ ผมกับคณะทำงานโชคดีที่มีโอกาสได้พบท่าน "วีระทู" (คนกล้า)ของชาวพุทธพม่า ซึ่งเดินทางมาเยี่ยมเมืองไทยในระยะสั้นๆ
@ ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ครั้งแรกที่ได้รับแจ้งจากญาติธรรมท่านหนึ่งว่า "ท่านวีระทูกับคณะอยู่ในไทย อาจารย์อยากพบไหม ?"
ผมนิ่งอึ้ง เพราะคาดไม่ถึง ..."แต่ท่านวีระทูอยากพบคณะทำงานของอาจารย์นะ" ญาติธรรมท่านนั้นพูดต่อ พร้อมทั้งเสริมว่า "ท่านวีระทูรู้จักอาจารย์นะ"
@ "ตกลง" ผมรับคำและเริ่มนัดหมายที่จะพบกันเป็นคณะ คณะทำงานของผมเมื่อทราบว่ามีการนัดหมายพบกับท่านวีระทูต่างปีติใจ เหมือนต้นข้าวได้น้ำฝน ไม่มีใครเลยจะปฏิเสธได้ แล้วคืนหนึ่งเราก็ได้พบกัน ซึ่งทั้งสองคณะมีทั้งพระและฆราวาส
@ คณะเราไปรอคณะของท่านวีระทูอยู่ยังที่นัดหมาย...หลังจากทักทายแนะนำกันแล้ว เราก็ขอให้ท่านวีระทูเล่าถึงการทำงานของท่านให้ฟัง ท่านเล่าว่า...
"ท่านทำงานปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนาในพม่าบ้านเกิดของท่านมากว่า ๒๐ ปี ถูกจับสึกขังคุกมา ๘ ปี ออกจากคุกแล้วมาบวชใหม่ทำงานต่อไป...เหตุผล คือ ต้องการรักษาพระพุทธศาสนาให้รอดพ้นจากการถูกทำลายทุกด้าน ทั้งด้านการเมือง สังคม วัฒนธรรม พม่าถูกเบียดเบียนโดยตลอดจากตะวันตก และยังถูกเบียดเบียนทางด้านศาสนา โดยประชากรของศาสนาที่หลั่งไหลจากบังคลาเทศเข้ามา ตอนนี้นพม่าตั้งรับไม่ทัน การเพิ่มจำนวนของศาสนิกศาสนาจากบังคลาเทศ หากไม่สะกัดกั้นก็จะสามารถเปลี่ยนพม่าเป็นเมืองศาสนาอื่นได้ในชั่วเวลาไม่นาน ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็ไม่ใช่แต่พระพุทธศาสนาเท่านั้นถูกทำลาย ภาษาและวัฒนธรรมพม่าก็ถูกทำลายด้วย
"ท่านพยายามทำความเข้าใจกับรัฐบาล กับคณะสงฆ์ แต่ไม่ได้รับความสนใจ มิหนำซ้ำยังมองว่าท่านหัวรุนแรง จึงหันมาชวนพระสงฆ์ตั้งกลุ่มทำงาน...เผยแผ่คำสอนของพระพุทธเจ้าให้มากขึ้น..ทำให้ชาวพม่าเข้าใจพระพุทธศาสนาจริงๆ...และเข้าใจภัยของพระพุทธศาสนาด้วย...ข้อสำคัญบอกพระด้วยกันว่า...อย่าห่วงเรื่องลาภสักการะ.... ท่านกับคณะทำงานหนัก จนต่อมาชาวพม่าเริ่มเห็นด้วย..คณะสงฆ์เห็นด้วย..รัฐบาลเห็นด้วยจึงตั้งกลุ่ม มะตะบะ ขึ้น มีเป้าหมายชัดเจน คือ รักษาพระพุทธศาสนา และภาษาพม่า"
@ หลายคนว่า ท่านวีระทู หัวรุนแรง ผมเองก็คิดอย่างนั้น แต่คืนนั้น ตลอดเวลาพูดคุยเกือบ 3 ชั่วโมงไม่มีวี่แว่วของความกร้าวร้าวรุนแรงออกมาเลย มีแต่น้น คือ :
"พยายามทำชาวพุทธให้เข้าถึงสาระเนื้อแท้ของพระพุทธศาสนาให้มากที่สุดจนเกิดความรักซาบซึ้งและหวงแหนพระพุทธศาสนา แล้วการทำงานคุ้มครองป้องกันรักษาจะทำได้ง่ายขึ้น"
@ คำพูดของท่านวีระทูตรงกับที่นักวิชาการมุสลิมบอกผมว่า "พยายามทำชาวพุทธให้เข้าถึงเสน่ห์ของพระพุทธศาสนา" และสอดคล้องกับความคิดของกลุ่มเราที่ว่า ชาวพุทธจะรักพระพุทธศาสนาต้องเข้าถึงเนื้อแท้ของพระพุทธศาสนา แล้วสะท้อนออกมาในรูปวิถีชีวิต จนกระทั่งกล้าประกาศว่า เราคือ ชาวพุทธ
@ ผมชื่นชมคนมุสลิมที่เขากล้าประกาศความเป็นมุสลิมในทุกกรณี เหมือนกับชาวพุทธไทยในอดีตที่กล้าประกาศ ความเป็นพุทธในเหตุการณต่างๆ อย่างน้อยที่สุดคำอุทานว่า "พุทโธ" เวลาตกใจที่กลายมาเป็น "พุทโธ่เอ๋ย" ก็น่าจะช่วยยืนยันการกระทำในอดีตได้ แต่จากนี้จะไม่ใช่แค่นั้น ชาวพุทธเราน่าจะต้องกล้า
๑) เปล่งวาจา ถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง วันละ ๓-๕ เวลา
๒) แสดงความมีศีลสมาธิปัญญาให้เป็นวิถีชีวิต ทุกทิศทุกทาง
๓)สร้าง ทาน ศีล ภาวนา ให้มาเป็นหลักในทำงานเพื่อสังคมตลอดกาล
นี่แหละคือเนื้แท้ของพระพุทธศาสนาที่เรียกว่า เสน่ห์.
@ คืนนั้น คณะเรากับคณะท่านวีระทูจากกันด้วยร้อยยิ้มและความหวัง...คณะเราหวังว่า ชาวพุทธจะตื่นตัวเร่งสร่างวิถีชีวิตพุทธไทยให้เข้มแข็ง ในขณะเดียวกันคณะท่านวีระทูก็บอกเราว่า คราวหน้าจะมาอยู่ให้นานกว่านี้
@ สุดท้ายหวังว่า สังคมไทยจะเข้าใจพวกเรา
ที่มา: กลุ่มปกป้องฯ
"ตอนนี้สังคมพม่าเข้าใจความจริงแล้ว'.... แล้วเมื่อไรสังคมไทยจะเข้าใจ ? " - พระวีระทู "ตอนนี้สังคมพม่าเข้าใจความจริงแล้ว'.... แล้วเมื่อไรสังคมไทยจะเข้าใจ ? " - พระวีระทู Reviewed by Mindful News on 23:28:00 Rating: 5

6 ความคิดเห็น :

  1. สาธุๆๆ ขอชื่นชมพระวิระทูอย่างสุดซึ้ง ที่ท่านรักและหวงแหนพระพุทธศาสนา กราบอนุโมทนาบุญครับ

    ตอบลบ
  2. สาธุๆๆ ขอชื่นชมพระวิระทูอย่างสุดซึ้ง ที่ท่านรักและหวงแหนพระพุทธศาสนา กราบอนุโมทนาบุญครับ

    ตอบลบ
  3. สาธุ อยากให้คนไทยเป็นเหมือนก่อน มีน้ำใจ มีความคารพ มีความรักพระพุทธศาสนา ให้มากๆ

    ตอบลบ
  4. สาธุ ขอเพียงชาวไทยพุทธรักตัวเอง เชื่อกฏแห่งกรรม ปฏิบัติต่อตนเองและผู้อื่นด้วยความรักตามหลักธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พยายามสร้างคุณสมบัติของเราตามรอยเท้าพระพุทธองค์เมื่อนั้นพระพุทธศาสนาจะฝังอยู่ในใจเราเป็นอัตโนมัติ อานุภาพบุญที่เกิดจากการตรึกระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์อย่างต่อเนื่องตลอดเวลาจะหล่อเลี้ยงรักษาใจไม่ให้ตกเป็นทาสของกิเลส และเอาชนะกิเลสมารได้ในที่สุด

    ตอบลบ
  5. สาธุ ขอเพียงชาวไทยพุทธรักตัวเอง เชื่อกฏแห่งกรรม ปฏิบัติต่อตนเองและผู้อื่นด้วยความรักตามหลักธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พยายามสร้างคุณสมบัติของเราตามรอยเท้าพระพุทธองค์เมื่อนั้นพระพุทธศาสนาจะฝังอยู่ในใจเราเป็นอัตโนมัติ อานุภาพบุญที่เกิดจากการตรึกระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์อย่างต่อเนื่องตลอดเวลาจะหล่อเลี้ยงรักษาใจไม่ให้ตกเป็นทาสของกิเลส และเอาชนะกิเลสมารได้ในที่สุด

    ตอบลบ
  6. แต่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตได้นี้เหรอ เช่นเผาชาวโรฮิงยา เนรเทศ เผาบ้าน เป็นต้น

    ตอบลบ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.