กลุ่มรักษ์พระพุทธฯ แจ้งความดำเนินคดี ”พุทธอิสระ” นำมวลชนคุกคาม-หมิ่นผู้ปฏิบัติหน้าที่สังฆราช ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังฆมณฑล



เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ดร.ฉวีวรร คำธนะ ผู้ประสานงานกลุ่มรักษ์พระพุทธศาสนาราชบุรี พร้อมด้วยสมาชิกกลุ่ม ได้เข้าร้องทุกข์หรือกล่าวโทษพร้อมยื่นหนังสือเอกสารร้องทุกข์และหลักฐานให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับ พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือพุทธอิสระ ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี ฐานข่มขู่คุกคามผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช โดยดร.ฉวีวรร กล่าวว่า ตนได้เข้าร้องทุกข์หรือกล่าวโทษพุทธอิสระ ต่อพนักงานสอบสวน ดังนี้ 1.เมื่อวันที่ 21 ก.พ.2558 เวลาประมาณ 13.00 น.ได้ปลุกระดมและนำมวลชนจำนวนมากไปข่มขู่คุกคามผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช 2.ได้นำของสกปรกโสโครกที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ซึ่งอ้างว่า เป็นสังฆทานไปลบหลู่ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช โดยมิเกรงกลัวต่อบาปละอายใจในความเป็นสมณะ และ3.ได้ใช้ถ้อยคำรุนแรงใส่ร้าย ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชและคณะสงฆ์ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังฆมณฑลอยู่หลายครั้งในเฟสบุ๊กส่วนตัว ปรากฏตามหลักฐานภาพข่าวหนังสือพิมพ์ คลิปการให้สัมภาษณ์สื่อโทรทัศน์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์เฟสบุ๊ก พร้อมได้ส่งข้อมูลเหล่านี้ให้เจ้าหน้าที่สอบสวนไว้เป็นหลักฐานแล้ว เนื่องจากการกระทำดังกล่าวมีผลกระทบสังคมโดยรวมและอาจเข้าข่ายเป็นความผิดอาญาตามกฎหมาย อีกทั้งการกระทำเหล่านี้ยังมีผลกระทบและสร้างความเสียหายให้แก่ตนผู้เป็นหนึ่งในพุทธบริษัทของสังคมนี้



ดร.ฉวีวรร กล่าวต่อไปว่า ตนขอให้พนักงานสอบสวนได้เข้ามาสืบสวนสอบสวนการกระทำของพระสุวิทย์ ดังกล่าวตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังต่อไปนี้ 1.มาตรา 44 ทวิ แห่งพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม 2535 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย สมเด็จพระสังฆราช ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ด้วย สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์(ช่วง วรปุญฺโญ) ดำรงตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มีอำนาจและหน้าที่ทางกฎหมายในทางการปกครอง บังคับบัญชาเสมอเหมือนสมเด็จพระสังฆราชทุกประการ ดังนั้น สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ย่อมได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 44 ทวิแห่งพ.ร.บ.คณะสงฆ์ฯ 2.มาตรา 44 ตรี แห่งพ.ร.บ.คณะสงฆ์ฯ ผู้ใดใส่ความคณะสงฆ์หรือคณะสงฆ์อื่นอันอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียหรือความแตกแยก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ 3.มาตรา 14(1) แห่งพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ  
ดร.ฉวีวรร กล่าวอีกว่า หากพนักงานสอบสวนเห็นว่าการกระทำใดข้างต้นเป็นความผิดอาญาฐานหนึ่งหรือหลายฐาน ข้าพเจ้าขอถือเอาหนังสือนี้ เป็นการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษดำเนินคดีอาญากับพระสุวิทย์ในข้อหาความผิดนั้นๆ จนกว่าคดีจะถึงที่สุด และจะติดตามผลการดำเนินคดีเป็นระยะ อีกทั้งหวังว่าพนักงานสอบสวนจะลงมือสอบสวนตามอำนาจหน้าที่โดยเร็วอันจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม นอกจากนี้ยังได้ยื่นร้องทุกข์ กล่าวโทษพร้อมหลักฐาน ให้ดำเนินคดีทางกฎหมายต่อนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในกรณีที่นายไพบูลย์อาจะทำความผิดเข้าข่าย มาตรา 44ทวิ และมาตรา 44 ตรี แห่งพ.ร.บ.แห่งพ.ร.บ.คณะสงฆ์พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ.2535 ด้วย

ที่มา: http://tbcnews.org/2016/05/03/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%AF%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%87/

กลุ่มรักษ์พระพุทธฯ แจ้งความดำเนินคดี ”พุทธอิสระ” นำมวลชนคุกคาม-หมิ่นผู้ปฏิบัติหน้าที่สังฆราช ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังฆมณฑล กลุ่มรักษ์พระพุทธฯ แจ้งความดำเนินคดี ”พุทธอิสระ” นำมวลชนคุกคาม-หมิ่นผู้ปฏิบัติหน้าที่สังฆราช ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังฆมณฑล Reviewed by Mindful News on 04:37:00 Rating: 5

2 ความคิดเห็น :

  1. ขณะนี้มีหลายจังกวัดที้แจ่งความเอาผิดกับพระองค์นี้ แต่คาดว่าต้องใช้เวลา เพราะคดีที่พระสุวิทย์ถูกออกหมายจับแล้วก็มี แต่ยังเดินขึ้นแจ้งความโรงพัก ไปสตง. อย่างปลอดภัย แบบไม่ต้องอาศัยยันต์เลสเตอร์ช่วยแต่อย่างใด

    ตอบลบ
  2. ขณะนี้มีหลายจังกวัดที้แจ่งความเอาผิดกับพระองค์นี้ แต่คาดว่าต้องใช้เวลา เพราะคดีที่พระสุวิทย์ถูกออกหมายจับแล้วก็มี แต่ยังเดินขึ้นแจ้งความโรงพัก ไปสตง. อย่างปลอดภัย แบบไม่ต้องอาศัยยันต์เลสเตอร์ช่วยแต่อย่างใด

    ตอบลบ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.