การสร้างวาทกรรมอันโกหก เพื่อให้มีคนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง มันมีเกิดขึ้นทุกชั่วโมง

ในโลกของสื่อมวลชน
และในโลกของนักกฎหมาย
มีสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน
อยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือ
.
1. คำโกหก ถ้ามีคนเชื่อ มันก็จะกลายเป็นเรื่องจริง
.
2. เรื่องจริง ถ้าไม่มีคนเชื่อ มันก็จะกลายเป็นคำโกหก
.



การนิ่งเงียบ ปล่อยให้คนเข้าใจผิดไปเรื่อยๆ
มันจึงไม่ใช่การพิสูจน์ว่าเราบริสุทธิ์จริง
แต่มันเป็นการยอมรับว่า 
การโกหกผ่านสื่อเป็นเรื่องจริง 
การโกหกผ่านกฎหมายเป็นเรื่องจริง

นี่คือโลกที่สื่อมวลชนและนักกฎหมายอยู่
และก็ดันมีผลต่อความเชื่อของผู้คนในสังคมเสียด้วย

ถ้าใครไม่เข้าใจเรื่องนี้ ต่อให้คนๆ นั้นพูดความจริง
แต่หาหลักฐานและพยานมาพิสูจน์ตัวเองไม่ได้
เขาก็จะตกเป็นจำเลยสังคมไปตลอดชีวิต

เพราะแบบนี้มันจึงเป็นช่องว่างให้
คนที่ตัวใหญ่กว่ารังแกคนตัวเล็กกว่า
โดยผ่านช่องทางสื่อและช่องทางกฎหมายเรื่อยมา

และจะยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป
ตราบเท่าที่อำนาจสื่อและอำนาจกฎหมาย
ยังเอื้อประโยชน์ในการโน้มน้าวสังคม
ให้แก่ผู้มีอำนาจมากกว่าประชาชน

อวสานโลกสวย มาอยู่กับความจริงกันเถิด
เรากำลังอยู่ในโลกที่มีการกล่าวหา
โดยไม่ต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเองเพิ่มขึ้นทุกวัน

การสร้างวาทกรรมอันโกหก 
เพื่อให้มีคนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง มันมีเกิดขึ้นทุกชั่วโมง
อาวุธของประชาชนจึงมีเพียงอย่างเดียว
นั่นคือ การพูดความจริงผ่านสื่อของประชาชน

เฟซบุ้คของเรานี่แหละ 
คือเครื่องมือในการพูดความจริงผ่านสื่อประชาชน
















การสร้างวาทกรรมอันโกหก เพื่อให้มีคนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง มันมีเกิดขึ้นทุกชั่วโมง การสร้างวาทกรรมอันโกหก  เพื่อให้มีคนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง มันมีเกิดขึ้นทุกชั่วโมง Reviewed by janjaoka pim on 09:51:00 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น :

ขับเคลื่อนโดย Blogger.