การสู้กับความอยุติธรรม เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา คือ การปฎิบัติธรรมชั้นสูง :

การสู้กับความอยุติธรรม เพื่อปกป้องพระศาสนา คือ การปฎิบัติธรรมชั้นสูง : ชาวพุทธทั่วโลก ส่งกำลังใจสู่ศิษย์วัดพระธรรมกาย เพื่อสนับสนุน ในการยืน/หยัดสู้.
---------
- โพสต์นี้ ผมขอเชิญชาวพุทธทุกท่าน จงมาร่วมกันจดจารจารึกนามไว้ในประวัติศาสตร์แห่งการปกป้องพระศาสนาด้วยกันครับ.





- ขอผู้เกี่ยวข้องจงจำไว้ว่า...

"การเบียดเบียน ส่งกำลังพลบีฑาต่อสมณพราหมณ์ผู้ทรงศีล เป็นความเลวร้ายของรัฐ ซึ่งจะนำความล่มจมมาสู่ประเทศชาติบ้านเมืองอย่างสุดคาดคิด".
----

- ข่าวที่เกิดขึ้น กับ วัดพระธรรมกาย อย่างต่อเนื่องนั้น.
- ผมคิดว่า ชาวพุทธทั่วโลก หรือแม้แต่ศาสนิกต่างศาสนาทั่วโลก ถึงพวกเขาจะไม่ได้ออกมาแสดงตน หรือแสดงออกในช่องทางต่าง ๆ ก็ตาม.

- แต่ผมเชื่อ 100 % ว่า พวกเขาเหล่านั้นต่างล้วน..

"เข้าใจปัญหาวัดพระธรรมกายเป็นอย่างดี และแอบส่งกำลังใจมาช่วยอย่างสุดกำลังเกิดเลยทีเดียว".

- เพราะพวกเขาเหล่านี้ มองข้ามช็อตไปว่า..

"นี้เป็นความมั่นคงของพระศาสนา ไม่ใช่แค่วัดพระธรรมกายเท่านั้น"

- ยิ่งคณะศิษย์ธรรมกายทั่วโลก ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ซึ่งผมก็เชื่อ ล้านเปอร์เซ็น ว่า...

"งานนี้ พวกเขาสละได้แม้กระทั่งชีวิต".
-----
- ตรงนี้  พวกชนพาล ที่มีอคติครอบงำ และมีจิตใจต่ำๆ ก็อย่าไปใช้ความคิดต่ำ ๆ ไปเหยียดหยามพวกศิษย์ธรรมกายเขานะครับว่า..

"ถูกล้างสมอง หลงงมงาย หลับหูหลับตา ปกป้องอาจารย์อยู่ได้".
----
- เพราะว่าไปแล้ว ในข้อเท็จจริง ที่ปฎิเสธไม่ได้ ก็คือ "วัดพระธรรมกาย" นั้น.

- เป็นวัดพระสงฆ์เถรวาท สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย บวชด้วยการเปล่งวาจาขอบวช ขึ้นต้นด้วย คำว่า "อุกาสะ วันทามิ ภันเตฯลฯ".

- ดังนั้น จงแจ้งเสียก่อนว่า..

"จงอย่าพยายามบิดเบือนว่า
เขาไม่ใช่พุทธเถรวาท
จนถึงขนาดเขียนลงไปในรัฐธรรมนูญ
มุ่งกำจัดเขา โดยไม่รู้ข้อเท็จจริง
หรือถูกใครหลอกมา".

- ถามว่า "มันจะบ้ามันจะเพี้ยนอะไรกันขนาดนี้".

- แต่ด้วยการบริการจัดการแบบใหม่ จึงทำให้วัดพระธรรมกาย ไม่ใช่วัดมีพระสงฆ์แค่หลักสิบ มีสภาพการเป็นอยู่แบบตามมีตามเกิด หรือพระสงฆ์อยู่ไปวัน ๆ  แบบวัดไทยในอดีตทั่วไป.

- จะเทียบได้ก็ขนาดกับองค์กรขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกก็ว่าได้ มีฝรั่งในโลกนี้ กี่คนที่ไม่รู้จักวัดพระธรรมกายแห่งนี้.

- ถือว่าเป็นสถาบัน ทาง พระพุทธศาสนา ที่เข้มแข็งที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมีการบริหารจัดการ ที่เป็นระบบที่ดีเยี่ยม.

- ปัจจุบัน วัดแห่งนี้ มีพระสงฆ์สามเณรอยู่ประจำเกือบหมื่นรูป มีศิษย์ที่เคารพนับถือ เข้ามาปฎิบัติธรรมเป็นล้าน ๆ จากทั่วโลก กว่า 40 ปี ที่ผ่านมา.

- ถือว่ามีผลงานด้านสาธารณประโยชน์มากมายมหาศาลแห่งหนึ่งของโลกก็ว่าได้.

- ซึ่งศิษย์แต่ละคน ก็ล้วนมีการศึกษาสูง มีฐานะ ที่ดี  มีสติปัญญาที่เรียกว่า "ปัญญาชนของประเทศทั้งสิ้น".

- เอาตรง ๆ ก็ได้ว่า แม้แต่ใน ครม. และข้าราชการระดับสูงที่อยู่ในรัฐบาลชุดนี้ ก็ยังมีคนนับถือวัดพระธรรมกายอยู่ และยังแอบส่งข้อมูลลับๆ มาให้เจ้าคุณเบอร์ลินอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ช่วยขยายความชั่วร้ายที่ เป็นทำกันเป็นขบวนการ ในการพยายามกัดกร่อนศรัทธาชาวพุทธอีกด้วย.

- ด้วยเหตุผลย่อ ๆ ที่ผมยกมาข้างต้นนี้.

- สังคมโลกที่เขามีความคิด เขาคงไม่โง่หรอก ..

"ที่จะไปคิดว่า ศิษย์วัดธรรมกาย เขาจะปัญญาอ่อน และถูกล้างสมองได้ง่าย ๆ".
----
เหตุผลว่า ทำไม ? คนส่วนมากจึง "ส่งกำลังใจ ช่วยธรรมกายในครั้งนี้"

- ผมจะเอาแบบสั้น ๆ ที่อาจจะแทงใจดำ ของคนใจอคติต่อธรรมกายบางคนสักหน่อยนะครับ แต่นี้มันเป็นความจริง ดังนี้..

1. คนที่มีหัวใจเป็นธรรม และผ่านโลกมามาก ที่มองโลกแบบทะลุขาด ต่างล้วนคิดว่า..

"งานนี้ วัดธรรมกาย โดนกลั่นแกล้ง
โดยอาศัยขบวนการยุติธรรมไทยอันอยุติธรรม
ในปัจจุบันที่บ้านเมืองไม่ปกติ
มาอ้างเท่านั้น
โดยมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง".

- เพราะเหตุผล คือ..

1.1 คณะบุคคลที่จุดประเด็น และหน่วยงานรัฐบาลที่ดำเนินการ มีพฤติกรรมที่ทราบกันทั่วไปว่า มีการส่งลูก-รับลูกกัน  โดยอ้างความชอบธรรมทางกฎหมายเป็นเครื่องมือจัดการ.

- ซึ่งก็ล้วนแต่เป็นผู้มีอคติต่อวัดพระธรรมกาย และคณะสงฆ์ตั้งแต่ต้นทั้งสิ้น.

- ผมคิดว่า มีแต่คนที่มีจิตอันอคติเหี้ยมเกรียมสุดอำมหิตผิดมนุษย์เท่านั้น จึงจะปฏิเสธความจริงข้อนี้ได้.

- ซึ่งตามข้อเท็จจริง ในประเทศไทยนั้น คนรับเงินบริจาคจากสกรณ์นี้ ก็ไม่ใช่มีแต่เฉพาะวัดพระธรรมกายเท่านั้น (หรือใครจะแย้ง).

- หากแต่ยังมีวัดอื่นๆ และองค์กรการกุศลอื่นๆ สารพัดในประเทศไทย ใหญ่ ๆ ทั้งนั้น ที่หากจะตรวจสอบจริง ๆ ก็ทำได้ง่าย ๆ อาการหนักกว่าวัดพระธรรมกายเสียอีก.

- องค์กรเหล่านี้ ก็ล้วนรับเงินบริจาคจากสกรณ์นี้ทั้งสิ้น แต่ถามว่า ทำไม ? รัฐจึงมุ่งมาจัดการเฉพาะวัดพระธรรมกายนี้เท่านั้น.

- ซึ่งคำถามอมตะนี้..

"หากผู้เกี่ยวข้อง ตอบไม่เคลียร์ ก็อย่าหวังว่า จะมีความชอบธรรมในการหน้าที่ในครั้งนี้เลย".

- ทำไม? ทำไม? ล้วนเป็นคำถามที่อยู่ในใจของคนที่มีใจเป็นธรรมในแผ่นดินพุทธนี้ทั้งสิ้น.

- ก็ไม่รู้ว่ามันบังเอิญหรือผู้จัดมีเจตนาก็ไม่ทราบได้ปรากฎว่า..

"วันเดียวกันกับที่ DSI สนธิกำลังบุกวัดพระธรรมกายชาวพุทธ เมื่อเช้านี้ 16.06.2016 นั้น
ดันไปตรงกันช่วงเวลาที่นายกรัฐมนตรีไทย
ได้จัดงานเลี้ยงแก่ผู้นำศาสนาอิสลาม
ที่ทำเนียบพอดี".

- แล้วเช่นนี้ จะให้ชาวพุทธในแผ่นนี้เขาคิดกันอย่างไร ? ละท่านนายกบิ๊กตู่.

1.2 เป็นการดำเนินการในยุคที่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศแบบพิเศษ คือ ปฎิวัติรัฐประหาร ที่เรียกว่า "ไม่ปกติ".

- ซึ่งก็ย่อมอาจจะเกิดการทดแทนบุญคุณ แก่ผู้ที่เคยเกื้อหนุนตนในการได้มาซึ่งอำนาจก็เป็นได้.

- เพราะอาจเกิดช่องว่างแห่งอำนาจ และการบริหาร ที่อาจมีคนพาล ไปแอบอ้างอำนาจรัฐ แล้วนำเอาไปใช้เป็นทางแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบให้กับตน และกลุ่มตนได้ง่าย.

2. ดังนั้น สภาพการณ์เช่นนี้ ชาวพุทธทั่วโลก จึงเห็นว่า  คณะศิษย์ธรรมกาย

"จึงมีความชอบธรรม ที่จะต้องหยัดสู้กับความอยุติธรรมในครั้งนี้ให้ถึงที่สุด"

"ศาลอาจยุติธรรม แต่ขบวนการที่จะไปถึงศาลไม่ใช่ยุติธรรมเสมอไป"

- ขอให้ผู้ร่วมปกป้องพระศาสนาในครั้งนี้ทุกท่าน
จงมีกำลังใจว่า ..

"การต่อสู้กับความอยุติธรรมครั้งนี้นั้น
ถือเป็นเกียรติอันสูงส่งของผู้ต่อสู้
ศิษย์วัดพระธรรมกายทุกคน

จึงสมควรน้อมรับเกียรติอันสูงค่านี้ไว้
และจงภูมิใจเถิดว่าท่าน
ได้มีโอกาสที่จะสร้างกุศลที่ทำได้ยาก
นั้นคือ การป้องพระศาสนา"
---
ปัญหามันเกิดจากตรงนี้

- ด้วยขบวนยุติธรรมที่ทรงธรรมของประเทศ ในขณะนี้ สังคมผู้มีใจเป็นธรรมได้สรุปมานานแล้วว่า

"มันเกิดการบิดเบี้ยว
และไม่น่าเชื่อถือใดๆ เลยทั้งสิ้น
หาใช่ผู้ถูกกล่าวหา จะทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย
หรือกลัวความผิดใด ๆ ไม่
แต่เพราะความอยุติธรรมปกคลุมแผ่นดิน
ทุรยุคจึงปรากฏ
ทั้งปวงประชาก็อดอยากแสนเข็ญ
สมณพราหมณ์ก็ถูกเบียดเบียน
ความเดือดร้อนแผ่ขยายไปทั่วแผ่นดิน
ปานจะสิ้นกรุงเร็ววัน.
----
- ขอให้ทุกท่านจงมีกำลังใจว่า ..

"การหยัดสู้ในครั้งนี้
หาใช่เป็นการต่อสู้เพื่อปกป้อง หลวงพ่อธัมมชโย ของตนเอง เพียงอย่างเดียวเท่านั้นไม่"

"หากแต่เป็นการหยัดสู้กับความอยุติธรรม
เป็นการทำงานของจิตอันเที่ยงตรง
ต่อการทำลายความอยุติธรรมในแผ่นดินพุทธ
ซึ่งจะมีอานิสงส์มหาศาล"

- งานใหญ่เช่นนี้ สมดังที่ หลวงพ่อพุทธทาส เคยเรียกว่า..

"การทำงาน คือ การปฏิบัติธรรม"

"การทำงานเพื่อพระศาสนา
ก็ย่อมชื่อว่า
เป็นการปฎิบัติธรรมที่ประเสริฐ
สูงส่งเหนือกว่าสิ่งอื่นใด".

-เนื่องเพราะ..

2.1 เป็นการรักษาพระศาสนา และเป็นการรักษาพระธรรมวินัย โดยรวมเอาไว้ ไม่ใช่แค่ชื่อ "หลวงพ่อธัมมชโย หรือ วัดพระธรรมกายเท่านั้น.

- เพราะเหตุการณ์ที่เป็นดังภัยพระศาสนาในครั้งนี้ย่อมหมายถึง ...

"ความมั่นคงแห่งพระพุทธศาสนาด้วย".

2.2 เป็นการรักษาขบวนการยุติธรรมอันสำคัญ ของ ประเทศชาติเอาไว้ อันชื่อว่า เป็นผู้รักชาติอย่างแท้จริงอีกด้วย.
---
สรุป

- ผมเขียนโพสต์นี้ขึ้นมา ด้วยอารมณ์ที่มีจิตใจที่เศร้า และหดหู่กับแผ่นดินเกิดของผมเอง.

- จิตวิญญาณผมรู้สึกเจ็บโหยไห้ กับความเลวร้ายกับความอยุติธรรม ที่ไม่คิดว่า มันจะเกิดกับพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาได้ถึงขนาดนี้ในวันนี้.

- บอกตรง ๆ มีความรู้สึกชนิดบรรยายไม่ออก บอกไม่ถูกเลยครับ.

- ยิ่งเมื่อได้รับรูปถ่าย และเห็นภาพจากทีวี ขณะที่มีเหตุการณ์ชุลมุนแออัดกันที่หน้าประตูวัดพระธรรมกายเมื่อครู่ที่น้องนักข่าวส่งมาให้ดูแล้ว.

- เกิดอารมณ์เศร้าแบบเกินบรรยาย วัดที่น่าจะเป็นเขตอภัยทาน เขตสงบ การณ์กลับตรงข้าม.

- ยิ่งหนักขึ้น เมื่อเห็น จนท. รัฐบาลไทย ที่ชื่อว่าเป็นดินแดนพระพุทธศาสนา  กำลังสนธิกำลังพล (ภาษีจัดตั้งกองทัพก็มาจากคนที่เขานั่งปฎิบัติธรรมอยู่ท่ามกลางฝนนะแหละ) ยกมากันเป็นกองทัพ เพื่อที่จะไปบุกศาสนสถานของชาวพุทธ โดยคิดได้เพียงแค่ว่า..

"ฉันมีหมายศาล จะทำอะไรก็ชอบด้วยกฎหมาย".

- ขอถามจริง ๆ เถอะครับ ถึงบางท่านอาจไม่ได้นับถือพุทธก็ตาม กับการกระทำที่อาจเป็นประวัติศาสตร์ศาสนาโลกจะต้องบันทึกในครั้งนี้.

- พวกท่านไม่ได้คิดกันต่อเลยหรือครับว่า ..

"หลังจากนี้แล้ว ผลอะไรจะมันจะตามมา
ตามมาขนาดหนักเสียด้วย
จากเรื่องละเอียดอ่อนครั้งนี้
ที่อาจทำให้ศาสนาสูญสิ้น
ไปจากประเทศไทยก็ได้
พวกท่านพากันคิดแบบนี้กันบ้างไหมครับ".

- เคยคิดกันหรือไม่ว่า..

"ตอนนี้ประเทศเรามีปัญหาสารพัด
รุมเร้ารัฐบาลเข้ามามากด้าน
ทั้งองค์พระมุขแผนดินทั้งสอง
ก็ยังทรงประชวรอยู่
จะมาก่อปัญหาใหญ่กับศาสนา
ในบ้านเมืองขึ้นอีกทำไม
รักประเทศชาติ รักสถาบัน
กันประสาอะไรครับ"

- ก็อยากจะบอกว่า หากคิดได้แค่นี้.

-  ก็ขอให้พวกท่าน จงเตรียมใจเตรียมตัว
ที่จะรับกับการต้อนรับจากคณะศิษย์วัดพระธรรมกาย
ผู้ที่กำลังปฎิบัติธรรมที่อยู่ภายในวัดขณะนี้
กันเอาเองก็แล้วกันนะครับ
ผมจะไม่พูดมากแล้วถึงขั้นนี้แล้ว.

- สำหรับศิษย์วัดธรรมกายนั้น ณ ตอนนี้ ผมก็เชื่อล้านเปอร์เซ็นว่า..

"งานนี้ ฉันขอเอาชีวิตเข้าแลกแน่".

- ส่วนผม เจ้าคุณเบอร์ลินนั้น ก็จะขอร่วมต่อสู้ เพื่อปกป้องภัยพระศาสนาร่วมกับพวกท่านทุกคน.

- จะขออาสา และเป็นกำลังหนุนจากต่างประเทศ ร่วมสู้เพื่อความถูกต้อง และสืบอายุพระศาสนาร่วมกับพวกท่าน อย่างเต็มกำลังตลอดไปครับ.

- ซึ่งก็ทราบมาว่า องค์กรพุทธทั่วโลก กำลังจับตาดู และเคลื่อนไหวเรื่องนี้อยู่.
-----
- ขอฝากข้อคิดก่อนจบโพสต์ครั้งนี้ว่า..

"เมื่อทำศึก
จงอย่ายกย่อง และอย่าประมาทในศัตรู
จงปลุกศรัทธาในตัวท่านให้ตื่นขึ้นมา
ชูธงแห่งความหวังความชนะให้โบกสะบัด
จงยืนหยัดสู้เพื่อพระพุทธศาสนา"

และ จงเชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจว่า ..

ผู้นำที่ผ่านอยุติธรรมอันเจ็บปวดนี้
ประวัติศาสตร์จะจดจารจารึก
ชื่อนามเขาผู้นั้นไว้เป็น 

"วีรบุรุษผู้ปกป้องพระพุทธศาสนา".

โชคดีมีชัยทุกท่านครับ

เจ้าคุณเบอร์ลิน

Berlin,den 16.06.2016

แนบภาพเหตุการณ์หน้าวัดพระธรรมกาย เช้าที่ 16.06.2016.








เพิ่มเติม :

มาทำความรู้จักกับคำว่า "Crimes against Humanity "

ถ้าไม่รู้ นี่คือข้อกฎหมายอันเป็นความรู้ โดยสังเขป วันนี้ DSI และ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ที่ไปปฏิบัติการ ที่วัด รวมทั้งคณะรัฐมนตรี [เถื่อน] ถ้าเกิดการใช้กำลัง เป็นจลาจล ย่อยๆ ลุกลามบานปลาย ทุกๆคนที่กล่าวมา ต้องข้อกล่าวหานี้จาก องค์การสหประชาชาติ ทันที!!!!! องค์การสหประชาชาติ คงไม่ปล่อย ให้เกิด เหตุการณ์แบบนี้ ซ้ำ กับ ที่เคยเกิด ในบอสเนียฯ และ/หรือ ที่ซีเรีย ในปัจจุบัน ที่มี คนตาย เป็นแสนๆ คน องค์การสหประชาชาติ คงต้องเข้าแทรก เพราะวันนี้ ที่องค์การสหประชาชาติ บรรดาผู้บริหารของ องค์การสหประชาชาติ ถูกด่า จากชาติคู่ภาคีสมาชิก ทุกๆวัน ในที่ประชุมใหญ่ของ องค์การสหประชาชาติ หรือ General Assembly จึงทำให้ องค์การสหประชาชาติ โดยผู้บริหาร หลัง ต้องพิงฝา ความผิดนี้ เป็นความผิดเพราะ ๑. เกิดการจลาจล ๒. ใช้กำลังเจ้าหน้าที่รัฐ ก่อเหตุ ๓. ลักษณะของ การกระทำความผิด เป็น การถอนราก ถอนโคน หรือ Persecution ๔. มีลักษณะของ การกระทำผิด ที่เป็น การแบ่งแยกอยู่ ในตัวเอง (Discriminatory Action Per Se) ๕. คนที่เข้าไปกระทำการ กระทำโดยรู้ และตั้งใจ (Knowingly and Intentionally act) ความผิดในฐานนี้ ในวันนี้ ไม่มีอายุความที่จะนับ เพราะมี (สนธิสัญญา) Convention on the Non-Applicability of Statutory Limitations to War Crimes and Crimes Against Humanity Adopted and opened for signature, ratification and accession by General Assembly resolution 2391 (XXIII) of 26 November 1968 Entry into force: 11 November 1970,in accordance with article VIII และ คณะมนตรีความมั่นคงของ องค์การสหประชาชาติ นำมาประกาศ และ บังคับใช้ซ้ำ เป็น ข้อบัญญัติ หรือ Resolutions ข้อบัญญัติใดของ คณะมนตรีความมั่นคง เมื่อประกาศใช้ และ บังคับใช้แล้ว มีผลเป็นกฎหมายภายในของ ทุกๆรัฐคู่ภาคีของ กฎบัตรองค์การสหประชาชาติ โดยทันที!!!!! (ให้ดูกฎบัตรของ องค์การสหประชาชาติในส่วนของ อำนาจ และหน้าที่ของ คณะมนตรีความมั่นคง หรือ Security Council หรือ SC ประกอบ) เพราะข้อบัญญัติ ในลักษณะนี้ ไม่ใช่ "การสั่งขี้มูก" สั่งแล้ว มีผลบังคับ เป็น กฎหมายภายใน ในทุกๆรัฐ คู่ภาคีสนธิสัญญาของ องค์การสหประชาชาติ ตามกฎบัตรของ องค์การสหประชาชาติ โดยไม่มีข้อยกเว้น ประเทศไทยรับรู้มา โดยตลอด ในเรื่องผลของคำสั่ง หรือ ข้อบัญญัติ ในลักษณะนี้ มิฉะนั้น ประเทศไทย ไม่เสีย "เขาพระวิหาร" ให้กับ กัมพูชาในปี ค.ศ. 1965 เอวัง ก็มีด้วยประการ ฉะนี้.

การสู้กับความอยุติธรรม เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา คือ การปฎิบัติธรรมชั้นสูง : การสู้กับความอยุติธรรม เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา คือ การปฎิบัติธรรมชั้นสูง : Reviewed by janjaoka pim on 04:24:00 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น :

ขับเคลื่อนโดย Blogger.