เมื่อลูกเศรษฐีกลายร่างเป็น #ผู้ก่อการร้าย #IS


เมื่อลูกเศรษฐีกลายร่างเป็นผู้ก่อการร้ายสายพันธุ์ใหม่! Dhaka Isil terrorists were drawn from well-educated Bangladeshi elite! โดย บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์ ที่มา Komchadluek.net

"เฮ้ เนบราส อิสลาม เรารู้ว่านายฉลาดจริง แต่ตามตัวยากชะมัดเลย บอกหน่อยว่าจะไปพบได้ที่ไหน รอยยิ้มของนายทำให้พวกเรามีความสุขที่สุดว่ะ” ข้อความหนึ่งในหน้าเฟซบุ๊กของนักศึกษามหาวิทยาลัยโมนาช มหาวิทยาลัยชื่อดังของออสเตรเลีย วิทยาเขตมาเลเซีย ที่แซวเนบราส อิสลาม ตามประสาเพื่อนนักศึกษาหนุ่มที่ชอบไปเที่ยวเตร่เฮฮากันเป็นประจำ
ใครเลยจะเชื่อว่าหลังจากนั้นแค่ 2 ปี เนบราส อิสลามได้ทำให้มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งนี้และเพื่อนๆ ถึงกับช็อกเมื่อกลับกลายเป็น 1 ใน 6 ฆาตกรโหดที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญไปทั่วโลก เมื่อบุกร้านเบเกอรี่และคาเฟ่แห่งหนึ่งใจกลางกรุงธากา นครหลวงของบังกลาเทศเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมพร้อมกับจับตัวประกันนานเกือบ 12 ชั่วโมง ก่อนจะจัดการเชือดคอตัวประกันที่เป็นคนนอกศาสนาและล้วนแต่เป็นชาวต่างชาติอย่างเลือดเย็น โดยละเว้นชีวิตเฉพาะตัวประกันที่สวดคัมภีร์อัลกุรอานได้
ก่อนที่หน่วยคอมมานโดนับร้อยตัดสินจู่โจมหมายช่วยเหลือตัวประกันเหล่านั้น แต่ก็สายเกินไปแล้ว มีตัวประกันถูกสังหารถึง 20 คน เป็นชาวอิตาลี 9 คน ญี่ปุ่น 7 คน อเมริกัน 1 คน และนักศึกษาหญิงชาวอินเดียวัย 19 ปีอีก 1 คน แต่ก็สามารถสังหารผู้ก่อการร้ายซึ่งเป็นชายฉกรรจ์สวมชุดดำลายธงสัญลักษณ์ของกลุ่มจามาเอย์ตุล มูจาฮีดีน บังกลาเทศ (เจเอ็มบี) กลุ่มก่อการร้ายในประเทศได้ 5 คน จับเป็นได้ 1 คน
แต่ที่ทำให้รัฐบาลและชาวบังกลาเทศต้องอึ้งไปตามๆ กัน เมื่อนายตำรวจใหญ่คนหนึ่งแถลงว่าฆาตกรเลือดเย็นเหล่านี้ล้วนแต่ "มีการศึกษาดีและร่ำรวย” เกือบทุกคนเป็นนักศึกษาที่สำเร็จมาจากมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำในบังกลาเทศ รวมไปถึงนักเรียนวัย 18 ปีคนหนึ่งที่กำลังจะเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมของผู้มีอันจะกิน
พูดง่ายๆ ก็คือเป็นบรรดาคุณหนู หรือ "ลูกเทวดา” ที่พ่อแม่มีฐานะดีในระดับเศรษฐี มีชื่อเสียงในวงการสำคัญๆ ทั้งที่เป็นข้าราชการระดับสูงหรือนักวิชาการชื่อดัง และล้วนแต่สนับสนุนแนวทางเสรีนิยม ความจริงข้อนี้เท่ากับลบล้างความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าผู้ก่อการร้ายมักจะเป็นคนยากจนไร้การศึกษา หรือศึกษาที่โรงเรียนสอนศาสนาที่ล้างสมองนักเรียนให้มีความคิดสุดโต่ง
ความเชื่ออีกอย่างหนึ่งที่ถูกลบล้างเช่นกันก็คือ ผู้ก่อการร้ายมักจะเป็นชาวต่างชาติที่เป็นสาวกของกลุ่มไอเอส แต่จากชุดที่สวม ทำให้ตำรวจได้ข้อสรุปว่าหนุ่มๆ เหล่านี้ เป็นสมาชิกของกลุ่มเจเอ็มบี หรือกลุ่มสุดโต่งในประเทศไม่ใช่กลุ่มก่อการร้ายไอเอสอย่างที่เข้าใจแต่แรก
ตอนแรกเว็บไซต์ได้เปิดเผยรายชื่อผู้ก่อการร้ายที่ใช้ชื่อจัดตั้งว่าอาบู โอมาร์, อาบู ซาลาม, อาบู ราฮิม อาบู มุสลิม และอาบู มูฮาริบ อัล-เบงกาลี แต่ตำรวจกลับแถลงว่าชื่อ อากาศ, บิคาช, ดอน, บาธน และริปอน แต่สุดท้ายเมื่อบรรดาพ่อแม่และญาติไปดูตัวคนร้ายต่างถึงกับลมจับเมื่อพบว่า โฉมหน้าคนร้ายก็คือลูกเต้าของตัวเองที่หายตัวไปในช่วงไล่เลี่ยกันคือเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
คนแรกก็คือ โรฮาน อิมเทียซ บุตรชายของข่าน บาบูลอิมเทียซ นักการเมืองหัวหน้าพรรคสันนิบาตอวามิในกรุงธากาซึ่งเป็นพรรครัฐบาลและรองประธานสมาคมโอลิมปิกบังกลาเทศที่เปิดใจให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกตกใจเนื่องจากไม่เคยระแคะระคายมาก่อนว่าลูกชายจะเป็นพวกสุดโต่ง เพราะในบ้านไม่มีหลักฐานใดๆ บ่งบอกแม้แต่น้อย ไม่มีหนังสือหรืออะไรที่จะบอกได้ว่าลูกชายมีแนวคิดเอนเอียงไปทางหัวรุนแรงสุดโต่งเช่นนั้น
ข่าน บาบูลอิมเทียซ เผยด้วยว่า ลูกชายได้หายตัวไปจากบ้านราว 7-8 เดือนแล้ว ระหว่างที่ตัวเองออกติดตามหาลูกชายอยู่นั้น ก็พบว่ามีเด็กหนุ่มจากครอบครัวที่มีฐานะดีและมีการศึกษาหลายคนได้หายตัวไปด้วยเช่นกัน รวมไปถึงลูกชายของข้าราชการระดับสูงหลายคน พ่อแม่ทุกคนล้วนแต่ไม่ทราบว่าเหตุใดลูกชายจึงเปลี่ยนไปอย่างชนิดหน้ามือเป็นหลังมือและเมื่อเข้าไปดูการใช้งานในโซเชียลมีเดียของลูกๆ ก่อนที่จะหายตัวอย่างลึกลับ ก็พอจับร่องรอยอะไรบางประการ จนทำให้เชื่อว่าการที่เด็กหนุ่มเหล่านี้เปลี่ยนไปเป็นผลพวงจากการเสพติดสื่อออนไลน์จนถูกล้างสมองให้หลงผิดเป็นชอบในที่สุด
หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนสกอลาสติกา โรงเรียนเอกชนชื่อดังของบังกลาเทศที่สอนเป็นภาษาอังกฤษและแม่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ โรฮาน ซึ่งเป็นนักเรียนดีเด่นที่สอบได้เอทุกวิชาได้เดินทางไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยโมนาชของออสเตรเลีย วิทยาเขตมาเลเซีย ซึ่งค่าเล่าเรียนแพงหูฉี่เกือบ 9,000 ดอลลาร์ (ราว 340,000 บาท) มากกว่ารายได้เฉลี่ยในบังกลาเทศถึงเกือบ 6 เท่า
อดีตเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอพาร์ตเมนต์ที่โรฮานเคยพักให้ความเห็นว่าโรฮานเป็นเด็กหนุ่มที่เงียบขรึมและสุภาพนุ่มนวล มักจะไปสุเหร่าสวดมนต์หลังเลิกเรียน หลังจากหายตัวไป แม่ยังมาขอให้เขาช่วยสวดมนต์ให้ลูกชายกลับบ้านด้วย
ศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยโมนาชอีกคนหนึ่งที่ร่วมก่อเหตุเขย่าขวัญครั้งนี้ก็คือ เนบราส อิสลาม ซึ่งเคยศึกษาที่โรงเรียนสกอลาสติกาเช่นกัน ก่อนไปต่อที่มหาวิทยาลัยนอร์ธเซาท์ (เอ็นเอสยู) มหาวิทยาลัยเอกชนในประเทศ ที่เก็บค่าเล่าเรียนแพงมาก และเคยเป็นข่าวดังเมื่ออดีตนักเรียนคนหนึ่งพยายามจะระเบิดธนาคารสำรองแห่งชาติในนิวยอร์กเมื่อปี 2555 นอกจากนี้เมื่อต้นปื 2556 ศิษย์เก่าของเอ็นเอสยู 7 คนได้ร่วมกันฆ่าปาดคอบล็อกเกอร์คนหนึ่งเสียชีวิต หลังถูกจับ ผู้พิพากษาระบุว่านักศึกษาเหล่านี้ถูกล้างสมองจากอินเทอร์เน็ต
ต่อมาเนบราส อิสลามได้ย้ายไปเรียนด้านบริหารธุรกิจที่โมนาชในมาเลเซีย บรรดาเพื่อนๆ ต่างให้ความเห็นว่าเนบราส เป็นนักกีฬาฝีมือดี จนเป็นขวัญใจของสาวๆ เนื่องจากหน้าตาดี แถมยังเป็นคนรักสนุก และติดเพื่อนไปไหนมาไหนด้วยกัน ชอบดูภาพถ่ายโดยเฉพาะภาพของตัวเอง จนเพื่อนๆ ชอบล้อกันด้วยความสนุกสนานระหว่างนั้นเนบราสไม่เคยแสดงท่าทีให้เห็นว่าฝักใฝ่การเมือง หรือเป็นคนเคร่งศาสนา เพราะปกติแล้วไม่เคยตามเพื่อนไปเข้าร่วมพิธีสวดในห้องสวดของมหาวิทยาลัยแม้แต่ครั้งเดียวและไม่เคยส่อแววให้เห็นว่าเป็นพวกใช้ความรุนแรงแต่อย่างใด
แต่เมื่อเข้าดูข้อมูลการใช้โซเชียลมีเดีย พบว่าเนบราสคลั่งไคล้ดาราสาวบอลลีวู้ดคนหนึ่ง เป็นแฟนลิเวอร์พูลและชอบถ่ายเซลฟี่กับเพื่อนๆ ที่ร้านคาเฟ่ เคยมีเพื่อนสาวคนหนึ่งแต่เลิกรากันเมื่อปี 2557 โดยเนบราสได้ทวิตกับเพื่อนสาวคนนั้นตัดพ้อว่า “คุณไม่ต้องการผมอีกแล้ว จงมีความสุขกับเขาเถอะนะ ทุกๆ คนล้วนดีกว่าผมทั้งนั้น คุณก็รู้ว่าจะพบผมได้ที่ไหน”
จากนั้น เนบราสเริ่มลดการเล่นโซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือช่องทางอื่นๆ ทวิตเตอร์ของเขามีผู้ติดตามแค่ 10 คน หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ @ShamiWitness หรือเมห์ดิ มีวรูร์ บิสวอส นักโฆษณาชวนเชื่อตัวยงของไอเอส ซึ่งถูกตำรวจอินเดียจับกุมที่เมืองบังกาลอร์เมื่อปีที่แล้ว
นอกจากนี้ เนบราสยังชอบทวิตของอันเจม โชดูรี หนึ่งในนักเทศน์ชื่อดังในอังกฤษที่ค่อนข้างหัวรุนแรงชอบวิจารณ์ฝรั่งเศสและพันธมิตร ถึงขนาดได้โพสต์เมื่อต้นปีที่แล้วเป็นเชิงเห็นด้วยที่คนร้ายได้บุกสังหารหมู่นักข่าวและบรรณาธิการที่นิตยสารชาร์ลี แอบโด ก่อนหน้านั้นราว 2 เดือน เนบราสได้ทวิตว่า “ลาก่อนสิ่งดีๆ ทั้งหลาย”
จากนั้น จู่ๆ เนบราสก็หายตัวไปจากมหาวิทยาลัยโมนาชเมื่อปีที่แล้ว ไม่มีใครทราบชัดว่าเมื่อใดกันแน่ เพื่อนสนิทหลายคนเชื่อว่าเป็นเพราะเจ้าตัวเบื่อที่จะเรียนที่โมนาช จึงตัดสินใจย้ายกลับไปเรียนที่มหาวิทยาลัยใกล้บ้านและใกล้กับครอบครัว
อันดาลีบ อาเหม็ด ซึ่งเชื่อว่าเคยเรียนที่โมนาชเช่นกันแต่ไม่ค่อยมีใครรู้จักมากนักว่าเป็นใคร ในทวิตเตอร์ที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวมากนักมีภาพชายหนุ่มหลายคนกำลังเล่นฟุตบอล ตำรวจมาเลเซียเผยว่าอาเหม็ดมาที่มาเลเซียระหว่างปี 2555-2558 จากนั้นได้เดินทางไปอิสตันบูล ประเทศตุรกี ซึ่งเป็นสถานที่ที่เด็กหนุ่มที่ใฝ่ฝันจะไปเข้าร่วมกับไอเอสในซีเรียมักจะไปที่นั่นกัน
ชาฟิคุล อิลาม อุซซาล หนุ่มวัย 26 ปีอดีตนักเรียนโรงเรียนสอนศาสนาจากเขตโบครา ทางเหนือของประเทศ ที่ถูกมองว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะความคิดสุดโต่ง ก่อนจะเดินทางมาเป็นครูที่โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในกรุงธากาทั้งพ่อและคนในครอบครัวกล่าวว่า ไม่เคยรู้ว่าอุซซาลเข้าไปร่วมกับกลุ่มเจเอ็มบีได้อย่างไร รู้แต่ว่าได้ออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม อ้างว่าจะไปแสวงบุญ แต่ไม่เคยกลับมาอีก
คนสุดท้ายก็คือ ซาเมห์ มูบาเชียร์ ซึ่งมีอายุน้อยที่สุดแค่ 18 ปี และมีแผนจะไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมสกอลาสติกา แต่กลับหายตัวจากบ้านตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยพ่อเชื่อว่าลูกคงถูกล้างสมองผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย
@ผู้เชี่ยวชาญของปากีสถานหลายคนให้ความเห็นว่ากลุ่มหัวรุนแรงสายพันธุ์ใหม่มักจะมาจากครอบครัวฐานะดีมีการศึกษา เหมือนกับผู้ก่อการร้ายชาวซาอุดีฯ ที่ก่อเหตุจี้เครื่องบินเมื่อวันที่ 11 กันยายน ก็มาจากครอบครัวฐานะดีเช่นกัน คนกลุ่มนี้ต่างเป็นสาวกของสื่อโซเชียลมีเดีย ท้ายสุดก็ถูกล้างสมองจนกลายเป็นผู้ฝักใฝ่ความรุนแรงไปในที่สุด
เมื่อลูกเศรษฐีกลายร่างเป็น #ผู้ก่อการร้าย #IS เมื่อลูกเศรษฐีกลายร่างเป็น #ผู้ก่อการร้าย #IS Reviewed by Mindful News on 06:41:00 Rating: 5

1 ความคิดเห็น :

  1. เลี้ยงลูกสบายเกินไปชีวิตไม่ต้องดิ้นรนขวยขวายมีเวลาสร้างอุดมการณ์อันบรรเจิด

    ตอบลบ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.