เกี่ยวกับ ม.44 และ ศาสนา โดย รท.ผศ.ดร.บรรจบ บรรณรุจิ, สมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย

เรื่อง ตอบรับคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และขอบคุณ
ศาสนาต่างๆในไทย
เรียน พี่น้องชาวพุทธทุกท่าน
ตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกคำสั่งเรื่อง มาตราการอุปถัมภ์คุ้มครองศาสนาต่างๆในประเทศไทย คือ พุทธ อิสลาม คริสต์ สิกข์ และฮินดู และมีกล่าวถึงพระพุทธศาสนาเป็นพิเศษ ซึ่งทำให้ชาวพุทธส่วนหนึ่งยินดีปรีดานั้น สมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทยในฐานะเป็นตัวแทนหนึ่งของชาวพุทธไทยต้องขอขอบคุณหัวหน้า คสช. ที่ให้ความสำคัญเรื่องศาสนา แต่ก็ขอเตือนพี่น้องชาวพุทธโดยเฉพาะพี่น้องชาวพุทธในเครือสมาพันธ์ฯว่าอย่ามัวติดอยู่กับความยินดีปรีดานั้นเพราะอาจทำให้เราลืมภารกิจและเป้าหมายที่เราตั้งปณิธาน

ร่วมกันทำเพื่อให้สถาบันพระพุทธศาสนาอยู่รอดปลอดภัยและสง่างามในสังคมไทย
ที่แต่เริ่มเดิมทีมีพระพุทธศาสนากับศาสนาพราหมณ์-ฮินดูอยู่ร่วมกันมาอย่างสงบสุข สมตามที่สมเด็จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เจ้านายจอมปราชญ์และยอดนักปกครองผู้สูงศักดิ์ของไทยพระองค์หนึ่งรับสั่งสรุปว่า 

"ศาสนาพุทธกับศาสนาพราหมณ์ทะเลาะกันเวลาอยู่ในอินเดียบ้านเกิด แตกลับสามัคคีกันดีเวลาอยู่นอกบ้าน ศาสนาให้ความเจริญด้านศิลปะวิทยาการ แต่พระพุทธศาสนาให้ความเจริญด้านวิถีชีวิตจิตใจ..."
แต่บัดนี้ เรามีเพื่อนมากขึ้น ศาสนาต่างๆที่เข้ามาในยุคหลังซึ่งบรรพบุรุษพุทธของเราเปิดใจต้อนรับให้เข้ามาพักพิงด้วยนั้นมิได้มีแนวคิดของการอยู่ร่วมกันอย่างที่ศาสนาพุทธกับศาสนาพราหมณ์-ฮืนดูเป็นมาแต่เดิม แต่ต่างฝ่ายต่างแสดงอัตลักษณ์ (ลักษณะเฉพาะตัว) ออกมาเพื่อให้ตัวเองเด่นและได้เปรียบอย่างน่าวิตก ซึ่งมีผลต่อความมั่นคงของพระพุทธศาสนาโดยตรง จึงเป็นเรื่องที่ชาวพุทธเราผู้มีความรู้สึกอย่างเดียวกันจำนวนหนึ่งซึ่งมากพอดูได้ลุกขึ้นมาตั้งรับและทำงานเพื่อปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนาอย่างที่เห็น เพราะเราต่างเห็นพ้องกันว่า

 หากพระพุทธศาสนาไม่มั่นคง สถาบันดั้งเดิมของไทยอีกหลายสถาบันก็ยากที่จะอยู่ได้อย่างมั่นคง เพราะรากฐานวัฒนธรรมในสถาบันนั้นๆก่อตัวเกิดขึ้นจากความรู้ความศรัทธาที่มีต่อพระพุทธศาสนาจนคุ้นเคยและกลายเป็นวิถีชีวิตไทย
 ศาสนาต่างๆ เหล่านั้น เราต้องขอบคุณบางศาสนาที่เข้ามาหมายจะปรับเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นดินแดนแห่งศาสนาของตน แต่ก็ไม่ทำร้ายแผ่นดินไทย แต่ยังให้ความเจริญด้านต่างๆ เช่น ตั้งโรงเรียน ตั้งมหาวิทยาลัย ตั้งโรงพยาบาล ซึ่งผลสุดท้ายก็คือให้ความเจริญด้านวิทยาการแบบสากลพัฒนาประเทศให้มีความศิวิไลซ์ แม้เราจะรู้ว่ามีปัญหาซ้อนอยู่ แต่เราชาวพุทธก็ขอบคุณ
แต่ขณะเดียวกันเราก็ต้องขอบคุณอีกบางศาสนาที่เข้ามาและพยายามจะปรับเปลี่ยนดินแดนนี้ให้เป็นดินแดนแห่งศาสนาของเขา  แต่เมื่อยังทำไม่ได้เขาก็ใช้ความพยายามฝึกสร้างคนให้รับช่วงทำต่อๆ ความพยายามของเขาประสบผลสำเร็จและเกิดผลชัดเจนในหลายด้าน จนทำให้เราเห็นว่าเขาทำได้แน่ ถ้าไม่รีบลุกขึ้นยันไว้ เพราะเขามีการทำงานประสานกันทั้งด้านการเมือง การปกครอง ประชิดตัวผู้มีอำนาจ
 เราต้องขอบคุณศาสนิกของศาสนานั้นที่แสดงความต้องการ ความแข็งกร้าว ท่าที่ต้องการแยกตัวเองให้เด่น จนเราจับได้ และลุกขึ้นมายันอย่างที่เห็น ขอขอบคุณจากใจจริงอีกครั้งสำหรับการแสดงออกของท่าน
หลายคนมองเราชาวพุทธว่าใจแคบหวงพื้นที่ แต่เราก็มองการทำงานของศาสนานั้นก็เห็นว่ามิได้มีใจกว้างอะไร เมื่อเราใจกว้างแล้ว แต่เขาใจแคบ เราควรหรือที่จะใจกว้างต่อไปจนเราต้องตาย การใจแคบประการหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือการสร้างกฏหมายรองรับ มีแต่คนในศาสนาตนเองได้ประโยชน์ คนอื่นจะยังไงก็ช่าง
 จึงชวนให้ตั้งคำถามว่าแล้วอย่างนี้พระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆบนแผ่นดินเราจะสง่างามและปลอดภัยหรือไม่ ? แล้วเราจะทำกันอย่างไร ?
ตามหลักทฤษฎีการเลี้ยงลูกและตามความเห็นของนักวิชาการหลายท่านที่เสนอว่า เมื่อคนหนึ่งได้ คนอื่นๆก็ต้องได้ด้วย เมื่อรัฐคือพ่อแม่ ไฉนจึงให้โอกาสแก่ลูกคนเดียวซึ่งอยากได้อะไรได้หมด ? แม้จะทำลายรากฐานวัฒนธรรมของปู่ย่าตายายก็ยอมหมด สมาพันธ์ชาวพุทธฯ เห็นด้วยกับความเห็นนั้นและยังเห็นอีกว่าความรู้สึกนี้ทำให้เกิดรอยร้าวระหว่างศาสนาได้แน่นอนในระยะยาว จึงอาสาเข้ามาขอช่วยรัฐบาลลดรอยร้าว ด้วยการเชิญชวนพี่น้องศาสนาอื่นให้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมมนูญด้วยการเสนอพระราชบัญญัติสำหรับศาสนาของท่าน โดยยึดพระราชบัญญัติของศาสนาอิสลามเป็นต้นแบบ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันทางด้านสิทธิตามรัฐธรรมมนูญ
สำหรับศาสนาพุทธเอง ลำพังแค่ยินดีปรีดาไม่พอแล้ว ต้องร่วมกันทำตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ให้โอกาสอุปถัมภ์ศาสนาพุทธ คือ ยุติความขัดแย้งและหันมาเร่งออกกฏหมายลูกออกมาตามที่รัฐธรรมมนูญให้สิทธิเพื่อความมั่นคงของพระพุทธศาสนาและสถาบันสำคัญดั้งเดิมของไทยเรา นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย

ทีมา Fb.Banjob Bannaruji - บ้านบรรณรุจิ
ขอบคุณภาพจาก www.click-kid.com/blog/?p=1013และhttp://www.mccormick.in.th/
เกี่ยวกับ ม.44 และ ศาสนา โดย รท.ผศ.ดร.บรรจบ บรรณรุจิ, สมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับ ม.44 และ ศาสนา โดย รท.ผศ.ดร.บรรจบ บรรณรุจิ, สมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย Reviewed by Mindful News on 23:52:00 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น :

ขับเคลื่อนโดย Blogger.