อบต.คลองสาม กับกรณีข้อกล่าวหาวัดพระธรรมกาย อะไรดีอะไรเสีย มีผลต่อสังคมอย่างไร?

ภาพ: Twitter @photoofdays

จะถูกกดดันจากเบื้องสูง หรือจะเพราะอะไรก็ตาม อบต.คลองสาม ก็ทำตามแรงนั้น และทำการฟ้องวัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นวัดในท้องที่ และเป็นวัดที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่ชุมชนใน อบต. คลองสาม อย่างมหาศาล ถ้าไม่มากกว่าก็อย่างน้อยเช่นเดียวกับที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้กับเทศบาลท่าโขลง และ อบต. อื่นๆ

สมมุติว่า ดีเอสไอในนามของกระทรวงยุติธรรม ได้บีบบังคับอบต.คลองสามให้ร่วมมือกับตำรวจคลองหลวง หาทางจับผิด และใส่ความวัดพระธรรมกายโดยมิชอบ ในกรณีอุโบสถ จนถึงขนาดจะหาทางจับพระ สึกพระ หรือแม้กระทั่งกระทำการอันให้วัด ไม่สามารถดำเนินการได้ต่อไป แต่มาพบว่าการกระทำของ อบต. เองเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมาย จริงอยู่ ตำรวจทำตามหน้าที่เพราะว่าได้รับแจ้งความ จึงรีบออกหมายไปปิดประกาศห้ามใช้ และกำหนดให้อุโบสถของวัดเป็นของกลางในคดี ตำรวจไม่ผิด แต่ทำตามหน้าที่

คำถามที่ตามมาก็คือ ทั้ง อบต. และตำรวจ ไม่มีความรู้เรื่องกฏหมายมากพอเลยหรือ ไม่มีความเข้าใจเลยหรือว่ากฏหมายเรื่องวัดวาอารามเป็นอย่างไร ไม่เคยศึกษามาก่อนหรือ หรือเมื่อเขาสั่งมาก็กลัวจนหัวหด ยอมที่จะขายวัดในพื้นที่ของตน เพื่อรักษาหัว รักษากระเป๋าของตนเอง จะผิดถูกอย่างไรไม่สนใจ วัดจะถูกปิด โบสถ์จะถูกทำลายก็ไม่สนใจ ขอให้ตนเองรอดก่อน ไม่มีแม้กระทั่งจะออกมาประท้วง หรือแย้งกับผู้ที่สั่งการผิด ๆ

แบบนี้ถ้าเกิดการสั่งการผิดนี้ ก่อให้พระผู้มีบุญคุณกับชุมชนคลองสอง สาม สี่ และเทศบาลรอบวัด มาเป็นเวลาสิบปีต้องถูกจับสึก วัดถูกรื้อถอน ถูกยึด ถูกสั่งปิด เจ้าอาวาส และพระผู้ใหญ่ถูกจับติดคุก เพราะการใส่ร้ายป้ายสี และการสมยอมกล่าวฟ้องเทียมเท็จของทั้ง อบต.และตำรวจ แล้วทั้งสองหน่วยราชการนี้จะว่าอย่างไร

จะมาบอกว่าไม่เป็นไรหรือบอกว่าเรารู้แล้วว่าจะทำอย่างไร ก็พูดได้ แต่คงจะเป็นการโกหกตอแหลปลาไหลลื่นไปเช่นนั้นเอง เพราะอบต.เองไม่มีปัญญาที่จะรู้ได้ว่า เมื่อแจ้งความแล้วทางตำรวจ และทางราชการเบื้องสูงจะทำอะไรบ้าง จะทำเมื่อไร ถ้าเขาเข้าจับพระในวัดได้เขาจะทำอะไร เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น ตำรวจจะบอกว่าทำตามหน้าที่ก็ใช่อยู่ แต่ตำรวจทำทั้งที่รู้ว่าไม่ถูกต้องเช่นนั้นหรือ ตำรวจมีหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ นั่นคือดูแลความเป็นอยู่ และทุกข์สุขของประชาชน การกระทำเช่นนี้ทั้งๆ ที่รู้ว่าประชาชน หรือวัดในชุมชน ซึ่งเป็นที่รวมจิตใจของประชาชนในพื้นที่ชุมชนไม่มีความผิด จะเป็นการพิทักษ์สันติ หรือเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับราษฎร์ และองค์กรวัดของชุมชน

วัดพระธรรมกายเป็นวัดที่มีขนาดใหญ่ น่าจะใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยจำนวนผู้มาทำบุญ และผู้รับบุญในวัดอยู่เป็นประจำ มีพระภิกษุ สามเณรจำนวนมากอยู่จำวัด อุบาสก อุบาสิกา อาสาสมัครจำนวนมากรับบุญหรืออาสาทำงานเพื่อพระศาสนา อยู่ทั้งในวัดใหญ่และวัดสาขาทั่วประเทศและต่างประเทศ การกระทำเช่นนี้ส่งผลอะไรต่อวัดที่คลองสาม และวัดในเครือข่าย ถ้าปล่อยให้รัฐทำการอันมิชอบต่อวัดใหญ่ วัดสาขา วัดเครือข่าย วัดลูกหลานทั้งหลาย ที่ต้องอาศัยบารมีวัดใหญ่จะทำอย่างไร จะยากลำบากกันเพียงไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัดในจังหวัดภาคใต้ ที่อยู่ในอันตรายจากการถูกคุกคามของโจรร้าย วัดในท้องที่ชนบทห่างไกลที่อยู่ได้ ไม่เป็นวัดร้างเพราะวัดใหญ่แห่งนี้ให้การช่วยเหลืออยู่ทั่วประเทศ

ถ้าวัดใหญ่แห่งนี้ถูกปิดลง วัดสาขา และวัดน้อยใหญ่ที่อาศัยบารมีวัดนี้ คงจะต้องถูกปิดลงด้วย นับจำนวนเป็นร้อยวัด แล้วใครเล่าจะไปช่วยพยุงวัดเหล่านั้นไว้ ใครเล่าจะไปช่วยสร้างวัดใหม่ขึ้นมาอีก ใครเล่าจะไปทำให้วัดเหล่านั้นอยู่ได้ อย่าบอกว่าจะมีผู้ใจบุญไปทอดกฐินให้วัดเหล่านั้น มันเป็นเพียงความฝันที่เกือบกลายเป็นความเท็จ เพราะจะไม่มีใครไปทำให้ทุกวัด ทำให้ทุกอาทิตย์ ทุกเดือนอย่างที่วัดพระธรรมกายได้ทำติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายสิบปี

อบต. คลองสาม และตำรวจคลองหลวงควรมีสติ และมีความรู้สำนึกในบุญคุณของวัด ถ้าไม่มีวัดในเขตท้องที่จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ชาวบ้านหลายพันคนจะไม่มีงานทำ จะไม่มีกิน คนดีจำนวนมากจะไม่อยู่ในท้องที่ ไม่ใช่แค่จำนวนร้อย จำนวนพัน แต่เป็นจำนวนหมื่นคน หมู่บ้านต่างๆ ที่เจริญเติบโต มีคนมาซื้อหาทั้งอยู่ประจำและชั่วคราว เพื่อมาทำบุญกับวัด หรือมาอยู่เพื่อจะได้ไปวัดเป็นประจำ อาจจะกลายเป็นหมู่บ้านร้าง ร้านค้าทั้งหลายที่ขายของกินของใช้ และวัสดุก่อสร้างต่างๆ นานามากมาย เพราะคนมาวัดจะต้องถูกปิด ไม่มีคนซื้อ บ้านเรือนจะทรุดโทรม น้ำท่วมใหญ่เกิดขึ้นจะไม่มีคนเป็นหมื่นมาช่วยเหลือ และแจกอาหารให้ชาวบ้านเหมือนที่ผ่านมา อบต.กับตำรวจไม่ควรเสนอหน้ามาบอกว่า ตนเป็นคนช่วยเหลือชาวบ้าน เมื่อคราวน้ำท่วมที่แล้วมา เพราะทั้งสองหน่วยงานไม่มีปัญญา แม้กระทั่งจะงัดไม่จิ้มฟันออกจากท้องร่องในเวลานั้น

เมื่อไม่มีวัด สังคมจะเป็นอย่างไร โรงเรียนต่างๆ จะมีนักเรียนมากมายอย่างที่มีอยู่ตอนนี้หรือ โรงเรียนเอกชนยังจะอยู่ได้หรือ ร้านค้าจะขายของได้มากเท่าเดิมหรือ จะให้สังคมนี้กลับไปเป็นสังคมขี้เหล้าเมายาตามเดิมหรือ จะมีคนตกงานมากขนาดไหน จะกลายเป็นแหล่งซ่องสุม จะมีการค้ายาเสพติด และการโจรกรรมมากขึ้นอีกกี่สิบกี่ร้อยเท่า ตำรวจ และอบต.จะต้องทำงานหนักอีกสักเท่าใด และเมื่อคนย้ายออกจากท้องที่ไปเกือบหมด อบต.จะเหลืออะไร จะมีประชากรเหลือสักกี่คน งบประมาณจะเหลือกี่บาท ที่เคยได้กินกันเป็นถุงเป็นถังทั่วหน้ากัน จะหันไปหารายได้จากที่ไหน จากการขายยาเสพติดกันเสียเองหรือ

อบต.คลองสาม ควรระลึกไว้ให้ดีว่าท้องที่ของตนเองโตมาได้เพราะใคร ตำรวจควรระลึกให้ดีว่าที่หน่วยงานตนเองอยู่อย่างมีสันติได้ เพราะมีใครช่วยสร้างสังคมที่มีคุณธรรมไว้ให้ แม้จะไม่ได้คนดีทั้งหมดก็ตาม แต่ผู้มีอันจะกิน ที่มีศีลธรรมที่ได้ย้ายมาไหลมาอยู่รอบวัด ได้ทำให้ท้องที่มีสังคมที่ดีมากขึ้นเกิดขึ้นมา ลองไปถามชาวบ้านดูสิว่า ระหว่างมีวัดกับไม่มีวัดเขาจะเลือกอะไร ชีวิตพวกเขาจะดีขึ้นหรือเลวลงอย่างไร บางชุมชนบอกว่าอยู่อย่างไม่มีไฟฟ้า น้ำประปาใช้เป็นสิบๆ ปี ทั้งที่หมู่บ้านติดกันเขามีหมด จนกระทั่งวัดเข้าไปช่วยเหลือ จึงได้มีความสะดวกเช่นคนอื่น

จะบอกว่าไม่มีวัดนี้ก็ไม่เห็นเป็นไร เพราะมีวัดอื่นอยู่ก่อนแล้ว อย่าตะแบงแถกสีข้างไปเลย วัดอื่นๆ อยู่ได้ดี แต่จะช่วยเหลือชุมชนได้อย่างไรบ้าง คิดดูเอาเอง

เมื่อผลอาจจะออกมาเช่นนี้ แล้ว ดีเอสไอ ล่ะ จะกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่อย่างไร ดีใจที่ทำลายเขาได้ ดีใจที่แก้แค้นเขาได้ ดีใจที่ทำให้เขาเสียหายได้ กระนั้นหรือ หน่วยงานระดับชาติไม่เห็นความเสียหายระดับชาติที่จะเกิดขึ้นมาหรือ

เมื่อผลเสียเกิดขึ้นจากการทำร้ายวัดพระธรรมกาย โดยการนำของ ดีเอสไอ ของกระทรวงยุติธรรมเอง หน่วยงานอันทรงศักดิ์ของประเทศจะเอาเกียรติยศที่ไหนมา การกระทำอันเกินเหตุ การหาเรื่องใส่วัดเหมือนเป็นการแก้แค้นระหว่างตระกูลระดับชาติและระดับโลกนี้ จะสร้างชื่อเสียให้แก่ทั้งกระทรวงยุติธรรมและดีเอสไอ ขนาดไหน ภาพที่เห็นอยู่ในขณะนี้ ดีเอสไอ แทบจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็นเลวเอสไอ กระทรวงยุติธรรมจะกลายเป็น กระทรวงอยุติธรรมอยู่แล้ว จะให้ประชาชนที่ตาสว่างมองเห็นหน่วยงานทั้งสองเป็นอะไรอย่างไร ว่าเป็นหน่วยงานแห่งความดีงาม ยุติธรรมเช่นนั้นหรือ คงจะมีแต่คนตาบอด คนลำเอียง และคนไม่รู้ความเท่านั้น ที่ยังจะนับถือสองหน่วยงานต่อไป กระทรวงยุติธรรม ดีเอสไอ และตำรวจ กำลังทำกับวัดพระธรรมกายเหมือนกำลังเล่นเป็นเด็กไล่ตีทำร้ายคนอื่นในท้องทุ่ง หรือในสวนหลังบ้านกันอย่างนั้นเอง ไม่ใช่กิจการของผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบเลย

อบต. คลองสาม ควรทำตัวให้มีความคิด มีความรับผิดชอบต่อสังคมมากกว่า แค่คอยรับเงินรัฐ เก็บภาษีแล้วทำงานเล่นปาหี่เก็บเงินใต้โต๊ะไปวันๆ ควรรู้จักเห็นคุณประโยชน์ขององค์กรทางสังคม เช่น วัดพระธรรมกายและวัดวาอารามอื่นๆ ในท้องที่ ช่วยกันนำประสิทธิภาพ และคุณประโยชน์เหล่านั้น มาสร้างสังคมให้เจริญขึ้นพร้อมกับพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบลของตนให้ก้าวหน้าขึ้น อย่างมีความรู้ ไม่ใช่แค่ทำเป็นใหญ่คับฟ้าในท้องที่ คอยแต่รักษาเก้าอี้ รักษาหน้ากันไว้ ไม่พัฒนาตนเอง และท้องที่ให้มีความเจริญรุดหน้าระดับชาติ การที่มีวัดใหญ่ขนาดนานาชาติ อันเป็นอนาคตของโลกมาวางอยู่ตรงหน้า และในชุมชนของตนอยู่แล้ว พัฒนาเมืองน้อยๆ ของตนให้พ้นตม นำชีวิตคนให้เข้าสู่ธรรม เป็นตัวอย่างแก่ผู้คนในตำบล อำเภอ และจังหวัดในประเทศ ในโลก โอกาสอันดีอย่างนี้มาอยู่ตรงประตูบ้าน กลับไม่นำพาให้จริงจัง จะมัวยุ่งแต่การก่อสร้าง และรายได้กันอยู่ มันจะสมกับความเป็นไปของท้องที่ได้อย่างไร ทั้งตำบล อำเภอ จังหวัด ควรตระหนักถึงความจริงข้อนี้ แล้วฉวยโอกาสสร้างสิ่งที่มีค่าขึ้นมา ให้สมกับการมีมหาโคตรเพชรอยู่ในมือให้มากที่สุด
ที่มา: DNA News

อบต.คลองสาม กับกรณีข้อกล่าวหาวัดพระธรรมกาย อะไรดีอะไรเสีย มีผลต่อสังคมอย่างไร? อบต.คลองสาม กับกรณีข้อกล่าวหาวัดพระธรรมกาย อะไรดีอะไรเสีย มีผลต่อสังคมอย่างไร? Reviewed by Mindful News on 04:03:00 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น :

ขับเคลื่อนโดย Blogger.