FootNote:หมาย”อายัดของกลาง” กับโบสถ์ธรรมกาย via ข่าวสด

ภาพ: ข่าวสด

กรณีของ “วัดพระธรรมกาย” ทำท่าว่าจะจมดิ่งและลึกลงไปในสภา วะอันยอกย้อนมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับอย่างในกรณีการอายัด”ของกลาง”เป็นต้น

เมื่อองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คลองสามไปแจ้งความในประเด็นว่าด้วยพรบ.อาคารต่อสิ่งก่อสร้างภายในวัดจากนั้น ตำรวจก็นำป้ายประกาศ
“ของกลางคดีอาญาที่ 2283/2559 ห้ามใช้ ห้ามเคลื่อนย้ายหรือ กระทำการใดๆให้สูญหายหรือเสียหาย หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายและถูกดำเนินคดีต่อไป”
ทุกอย่างก็น่าจะ “เรียบโร้ย”
ความหมายมิได้หมายความว่าห้ามเคลื่อนย้าย”กำแพง”ที่อยู่รอบวัดเท่านั้น หากแม้กระทั่งโบสถ์ วิหาร การเปรียญ เป็นต้น ก็อยู่ในข่าย “อายัด”ด้วย
ตรงนี้แหละที่เป็นเรื่อง”ซับซ้อน”
ซับซ้อนเพราะการโต้แย้งจากคณะทนายความ”วัดพระธรรม กาย”

(1) อุโบสถของวัดได้ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2520 และได้รับพระราช ทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2522
(2) พระราชกฤษฎีกาให้ใช้พรบ.ควบคุมอาคาร 2522
(3) กฎหมายในพื้นที่เขตสุขาภิบาลคลองหลวง ต.คลองหลวง และเขตสุขาภิบาลประชาธิปัตย์ อ.ธัญญบุรี จ.ปทุมธานี ประกาศบังคับใช้เมื่อปี 2530
(4) วัดทุกวัดในประเทศไทยไม่มีการขออนุญาตสร้างโบสถ์และศาสนสถาน เพราะได้รับการยกเว้นเนื่องจากใช้เพื่องานพระศาสนา
การที่เจ้าพนักงานแจ้งความเพื่อไม่ให้วัดชัอุโบสถ จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
เป็นการขัดขวางการประกอบพิธีกรรมทางศาสนพิธี

แม้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล จะระบุว่า เป็นเรื่องระหว่าง วัดกับอบต.
แต่ท่าทีของอบต.ก็แจ้งชัด
นายวีรศักดิ์ ฮาดดา นายกอบต.คลองสาม ออกมา”แถลง”กรณีนี้ว่า
“ผมโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดให้แจ้งความกับทางวัดหากไม่ทำก็จะโดนละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อไปแจ้งความทางวัดก็ฟ้องในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อีก
“จากการตรวจสอบโบสถ์วัดพระธรรมกายอีกครั้งพบว่าไม่มี ความผิด จึงสั่งให้ฝ่ายกฎหมายของอบต.ไปถอนฟ้องแล้ว”
จำเป็นต้องร้อง “อ้าว”
เพราะพลันที่ทางอบต.คลองสามถอนฟ้องย่อมส่งแรงสะเทือนไปยังหมายอายัด “ของกลาง”
ถามว่ายังเป็นเรื่องที่”ชอบ”อยู่หรือไม่
เป็นคำถามไปยัง “ตำรวจ” เป็นคำถามไปยัง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล

ที่มา: https://www.khaosod.co.th/hot-topics/news_154129

FootNote:หมาย”อายัดของกลาง” กับโบสถ์ธรรมกาย via ข่าวสด FootNote:หมาย”อายัดของกลาง” กับโบสถ์ธรรมกาย via ข่าวสด Reviewed by Mindful News on 09:10:00 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น :

ขับเคลื่อนโดย Blogger.