เปิดบ้านลุงตู่ Day 3 (เครื่องถอดรหัส SSL ตอนต่อ) #OpSingleGateway

สืบเนื่องจากกิจกรรมที่เราไปเยี่ยมบ้านลุงตู่ แล้วไปเจอ เครื่องมือถอดรหัส SSL ในฐานข้อมูลของกองทัพบก และยืนยันด้วยคำสั่ง กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ 163/2558 * ซึ่งมีหน่วยงานต่างๆหลายหน่วย(รวมทั้งกองทัพและปอท.)เข้าไปเป็นกรรมการฯ ให้จัดหาอุปกรณ์การถอดรหัส
ในวันนี้ พวกเราขอเปิดเอกสารราชการที่เกี่ยวข้องกับ เครื่องมือถอดรหัส SSL (ตอนต่อ) ในโครงการพัฒนาระบบติดตามสื่อสังคมออนไลน์อัตโนมัติ
ปล. เอกสารที่แสดงนี้ ไม่ได้ Hack แต่มาในซองเอกสารที่ส่งมาทางมอเตอร์ไซด์วิน ส่งฝากมาที่รถตู้และมีน้องๆ แมสเซนเจอร์ ไปเอามาอีกที(แสกนส่งมาให้ แอดมินอีกที)
เอกสารนี้ หนา ร้อยกว่าหน้า..... หน้าสำคัญมากนี้มาจาก หน้าที่ 36
แล้วคราวนี้ ลุงตู่จะตอบยังไง
ในเมือเอกสารเหล่านี้ บอกว่า....
1.) กค.57 ตั้ง คณะกก.ตามคำสั่งไอซีที ที่ 163/2557
2.) ตค.58 ตั้ง คณะกก. ร่างเอกสาร E-Bidding , ร่างสัญญาประกวดราคาและอืนๆ
3.) พย.58 จัดทำสัญญา ลงนามในสัญญา จัดซื้อ จัดจ้าง
4.) ธค.58 ส่งมอบงานงวดที่ 1(แผนงานและแคตตาล็อค)
5.) มค.59 จ่ายเงินงบประมาณ งวดที่ 1 จำนวน 3.2084 ล้านบาท
6.) กพ.59 ส่งมอบงานงวดที่ 2 (สรุปผลดำเนินงานและความต้องการ)
7.) มีค. 59 จ่ายเงินงบประมาณ งวดที่ 2 จำนวน 6.4168 ล้านบาท
8.) กค. 59 ส่งมอบงานงวดที่ 3 (ติดตั้งอุปกรณ์ฮาร์ตแวร์และซอฟต์แวร์ทั้งหมด พร้อมทดสอบระบบและปรับปรุงระบบ)
9.) สค. 59 จ่ายเงินงบประมาณ งวดที่ 3 จำนวน 4.8126 ล้านบาท
10.) กย. 59 ส่งงวดงานงวดสุดท้าย(อบรมการใช้งานระบบ) พร้อมทั้งจ่ายงบประมาณ งวดที่ 4 จำนวน 1.6042 ล้านบาท
รวมเบิกจ่ายไปแล้วทั้งสิ้น 16.0420 ล้านบาท
หน่วยงานที่รับผิดชอบ เครื่องมือนี้ในปัจจุบัน คือ ปอท.
สรุป : รัฐบาลนี้ได้ทำการสอดแนมประชาชนของตน ได้ติดตั้งเครื่องมือถอดรหัส (เพื่อติดตามสื่อออนไลน์(ที่เข้ารหัสSSL) )เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ เดือน กย. 59 ทั้งๆที่ไม่มีกฎหมายรองรับการกระทำนี้แต่อย่างใด นี่คงเป็นสาเหตุ ให้เร่งรัด การแก้ไข พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เพื่อมารองรับ การกระทำที่ผิดกฎหมายดังกล่าว......
รัฐบาลสอดแนมประชาชนของตน โดยไม่มีอำนาจตามกฎหมายเสียเอง!
เอวัง ด้วยประการ ละ ฉะนี้ แล
เปิดบ้านลุงตู่ Day 3 (เครื่องถอดรหัส SSL ตอนต่อ) #OpSingleGateway เปิดบ้านลุงตู่ Day 3 (เครื่องถอดรหัส SSL ตอนต่อ) #OpSingleGateway Reviewed by Mindful News on 12:37:00 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น :

ขับเคลื่อนโดย Blogger.