ชาวพุทธถูกรังแก เมื่อไหร่จะแก้ไข? ระวังอย่าให้คน 95% อยู่ในสภาพจนตรอก

ชาวไทยพุทธมีมากถึง 95% ถ้ายังไม่หยุดรังแกระวังจะอยู่ร่วมกันไม่ได้


แม้จะออกจากคราบนักบวชมากกว่าสิบปี แต่เสี้ยวชีวิตที่เคยผ่านพบและผูกพัน ก็ยังตราตรึงฝังแน่น ผมเรียนรู้เองโดยชอบว่ามารดาให้ลมหายใจ ในขณะที่พระศาสนาให้ชีวิต ทั้งสองอย่างล้วนแยกขาดจากกันไม่ได้ ผมมองมารดาเหมือนมองเห็นพระอรหันต์ ที่เต็มอิ่มและอบอุ่นไปด้วยเมตตาธรรม ขณะเดียวกันก็เพ่งมองพระศาสนาเหมือนมองเห็นแววตาผู้บังเกิดเกล้า จึงทุกครั้งที่พุทธศาสนาถูกทุบตีทำร้าย ถูกริดรอนเบียดบัง จะด้วยน้ำมือฝ่ายใดก็แล้วแต่ ล้วนนำมาซึ่งความอดสูซ้ำๆซากๆ รวมถึงเหนื่อยหน่ายกับศาสนสถานเก่าแก่ ที่ถูกมือระยำทุบทำลาย ภายใต้ความเชื่อที่แตกต่าง "เขา"ถึงกับง้างมือทิ้งระเบิดแหลกในชั่วพริบตา ประวัติศาสตร์โลกที่บรรจุรากเหง้าความเป็นมาก็ดับสูญ ไม่มีใครขัดขว้างหรือทำอะไรได้ คล้ายโลกถูกปกครองด้วยลัทธิปีศาจ ดูสิ,พระพุทธรูปแห่งบามิยันได้ถูกรัฐบาลตาลีบันระเบิดทำลาย รวมถึงอีกหลายที่ในอินโดนีเซีย หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยเก่าแก่ในชมพูทวีป อย่างนาลันทาก็ถูกเผาไม่เหลือซาก

หลายครั้งหลายหนที่ข่มใจรับรู้ โดยที่เลือดเนื้อเชื้อไขอย่างผมลงไม้ลงมือทำอะไร"มัน"ไม่ได้ จะยืนต้านรุกฮือก็ไม่เกิดผล ผมอยู่ในประเทศที่โตพอจะรู้ว่า นิ้วน้อยๆมือเล็กๆจะไปทำอะไรได้ กระทั่งเคยใช้คำถามพื้นๆโยนเข้าหูผู้รับผิดชอบ ว่ามวลท่านนั่งกุมหำอวดอำนาจอยู่ได้ยังไง ? ใจคอมวลท่านปั้นแต่งมาจากปรัชญาข้อไหน ? เหตุใดจึงละเลยเฉยนิ่ง ขาดสำนึกด้านดีๆไปเสียสิ้น ท่ามกลางการรุกคืบย่ำยีจากคนศาสนาอื่น จากน้ำมือคนอื่นคนไกล ใช่หรือไม่ว่า เราเห็นออกบ่อย ที่คนเล็กๆเล็ดลอดออกมากู้ร้องป่าวประกาศ จากนั้นภาพคุ้นชินที่เห็นคาตาคือคนเล็กๆเจ็บมือเปล่า ไม่นานคนเล็กๆที่ใช้สิทธิ์ออกมาปกป้อง ก็กระเด็นกระดอนเหมือนฝุ่นธุลี บ้างก็เลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คน...

โดยส่วนตัว ผมไม่ชอบการข้องแวะ หรือออกมาท้วงติงในเรื่องใดก็แล้วแต่ ที่สำรวจตรวจตราแล้วพบว่า มันไม่ได้ก่อประโยชน์หรือพลิกผันนำพาให้ชีวิตดีขึ้น รวมถึงแน่ชัดว่าเรื่องบางเรื่อง ถึงรู้ไปก็ใช่ว่าจะฉลาดมากขึ้น(ฉลาดแล้วไงต่อ ?) ขณะเดียวกัน,เรื่องบางเรื่องถึงบอดใบ้ไม่ทราบ ก็ใช่ว่าจะโง่เขลาเต่าตุ่นเอาชีวิตไม่รอด(โง่เขลาแต่เบาหัวดีกว่าไหม ?) พูดให้ชัดคือเลือกรู้เลือกเสพย์ให้ถูกเรื่อง คัดแยกขยะรกหัวหน่อยก็ดี ทีจริงว่าไปแล้วผมใช้วิธีที่อาจารย์พุทธทาสแนะนำ คือเลือกปิดหูปิดตาปิดปาก(เสียบ้าง) มันก็ช่วยให้เราแคล้วคลาดจากขยะมูลฝอยทั้งหลายแหล่ ยิ่งในยุคปัจจุบันที่เศษเสี้ยนสิ่งโสโครก มีโอกาสไหลบ่าแทรกซึมผ่านสื่อง่ายกว่าผลิกฝ่ามือ ขืนไม่ปิดหูบังตา เล่นอ้าปากตวัดลิ้นชวนทะเลาะไม่เลือกที่ ก็ยิ่งฉุดรั้งให้ชีวิตอืดอาดช้าลงแบบไม่รู้ตัว

แต่ทว่า... ข่าวคราวพระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท ที่ถูกจับสึกกลางพรรษา กลายเป็นข่าวผ่านสื่อชิ้นแรกๆที่ทำเอาตลึงงัน จนทำตัวไม่ถูก จนอยู่นิ่งปิดหูปิดตาไม่ไหว นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเขตคามบ้านช่อง ที่เราๆท่านๆรู้เห็นเต็มอก ว่าบ้านนี้เมืองนี้มีศรัทธานับถือพุทธ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับบ่งชี้ถึงความชำรุดทรุดโทรม ความชำรุดที่กำลังคืบคลานเกาะกุม"ศาสนจักร" นับเป็นประจักษ์พยานชั้นดีกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับพระมหาอภิชาติ และไม่อาจปฎิเสธได้ว่ามันคือคำเฉลยที่จะแจ้งแจ่มชัด ถึงความอ่อนหัดไร้เดียงสาและไม่เอาไหนของเถรสมาคม เลยไปถึงหน่วยงานต้นสังกัดที่รับผิดชอบดูแลพระสงฆ์ คำถามก็คือพวกคุณในนามกรมการศาสนาในนามเถรสมาคม เหตุใดถึงนั่งปลดปลงทำใจ ปล่อยปละละเลยให้"อาณาจักร" ง้างดาบลงไม้ลงมือกับพระหนุ่มชื่อดัง"กลางพรรษา"ได้ขนาดนี้(เลยเหรอ ?)

ขณะที่ผู้มีอำนาจจริงๆ ที่นั่งกินเงินเดือนภาษีชาวพุทธ ก็กลับเมินเฉยไม่ยี่หระ หรือออกมาโต้แย้งใดๆ พอที่ทำให้สาวกผู้ใต้บังคับบัญชา ได้เชิดหน้าหายใจคล่อง อย่างน้อยๆหากร่วมมือร่วมใจอะไรๆก็คงไม่แย่ลง ผมไม่ได้ยืนยันว่าสิ่งที่มหาอภิชาติกระทำนั้นถูกทั้งหมด แต่เราก็มีกฎของเรา-มิใช่เหรอ ? หรือความจริงแก่นแท้"บางอย่าง"กำลังเปิดเผย ความจริงแท้ที่เราเก็บงำซ่อนเร้นมานานแสนนานใช่หรือไม่ ความจริงแท้ที่กำลังบอกกับเราว่า ศาสนาและมาตุภูมิกำลังเปลี่ยนมือ ผู้ถือครองของจริงไม่ใช่เนื้อนามที่เรารู้จักอีกต่อไป หากทำได้ ก็อยากกระซิบกระซาบกับคนใกล้ตัว นอกจาก"ทำใจ"ก็อย่าหลงลืมความ"เข้าใจ" แหละนับจากนี้ก็ยอมรับเถอะว่า เรามาถึงระยะสุดท้ายแล้วจริงๆ ระยะสุดท้ายที่ผมอยากวานให้เราๆท่านๆช่วยกันเผยอปาก แค่นเสียงแหบๆบอกคนรุ่นถัดไป ว่าประเทศไทยของเรา"เคยมี"พุทธศาสนา...       

(2)
 
บ้านอยู่ปักษ์ใต้ติดชายแดน ตอนเป็นสามเณรจำได้ว่ามากกว่าสองครั้งที่ถูกเด็กแขกเกเรบางคนถ่มน้ำลายเปรอะหน้า ต้อง"ทมะ"ข่มใจเดินปาดน้ำลายไปอย่างเงียบๆ เอะอะโวยวายเดี๋ยวก็ถูกตราหน้าว่าทำตัวไม่เหมาะสมณะสารูป เราถูกย้ำถูกสอนมาแบบนั้น แบบที่ต้องวางเฉยจากอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์ทั้งปวง ช่างเหอะ เรื่องมันผ่านมาแล้ว สังเกตไหมว่าเราถูกสอนคำว่าช่างเหอะจนติดปาก อะไรๆก็ช่างเหอะ แม้จะออกมานอกเส้นพันธะสีมา แต่หดหู่ทุกครั้งที่ได้ยินข่าวพระสงฆ์องค์เจ้าถูกทำร้าย หลายรูปถูกกระสุนเจาะกะโหลกในระยะเผาขน หลายรูปถูกสับคอขาด มิใช่แค่ผมที่ก้มหน้าไว้อาลัยกับความอัปยศหดสู ว่าไหม เหมือนเราอยู่ในประเทศที่ไม่ใช่ของเรา เด็กชั้นประถมก็ยังรู้แก่ใจว่าใครก่อเหตุ แต่ประเทศของผม-คนที่มีอำนาจกลับทำอะไรมันไม่ได้ ดีแต่ออกมาขยับปากเน่าๆ ว่าจะคืนความสุขให้กับประชาชน ทั้งๆที่ผู้คนในพื้นที่ล้วนอกสั่นขวัญหาย ได้ไหมล่ะอย่าให้เขาตาย ให้ความปลอดภัยเขาได้รึเปล่า ? ไอ้ความสุขกะโหลกกะลาพวกเขาไม่อยากได้หรอก เพราะรอมาหลายชั่วอายุคน ผ่านมาหลายยุคหลายรัฐบาลก็ยังทำไม่ได้ !?!

(3)

ไม่รู้เพราะอะไร จู่ๆก็คิดถึงหนังเรื่อง"อมิตตพุทธล้างแผ่นดิน !"
cr.ปกาศิต แมนไทยสงค์
ชาวพุทธถูกรังแก เมื่อไหร่จะแก้ไข? ระวังอย่าให้คน 95% อยู่ในสภาพจนตรอก ชาวพุทธถูกรังแก เมื่อไหร่จะแก้ไข? ระวังอย่าให้คน 95% อยู่ในสภาพจนตรอก Reviewed by Mindful News on 05:42:00 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น :

ขับเคลื่อนโดย Blogger.