#องค์ทาไลลามะ ..จะมาสนทนาธรรม กับ #พระอาจารย์ธรรมกะ #บุญญพลัง ..

"สาสน์จาก...ทาไลลามะ"
ขอสาธุคุณให้มีความสุขความเจริญ
เมื่อสองสามวันมานี้ ผมได้มีโอกาสเข้าเมือง
เพื่อตามปรนนิบัติพระอาจารย์ในงานบวชลูกศิษย์
ของท่าน

การมาครั้งนี้...ทำให้มีข่าวดีอยู่หลายๆ อย่าง
แต่ที่จะน่าประทับใจที่สุดก็คงเป็นเรื่องของ
การมาเยือนขององค์ "ทะไลลามะ"
พระผู้ทรงอิทธิพลและเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ
สูงสุดแห่งพุทธศาสนาชาวทิเบต
ท่านมีความประสงค์ต้องการที่จะพบปะกับ
พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง
ต้องขอท้าวความก่อนว่า องค์ทะไลลามะนั้น
ท่านเป็นผู้นำของชาวพุทธนิกายมหายาน
แบบทิเบตเกลุก เป็นองค์ทะไลลามะองค์ที่ 14 นามว่า ทะไลลามะทับเทน เกียตโซ
การพบปะของผู้ส่งสาสน์ของท่านทำให้พวกเรามา
ประติดต่อเรื่องและทำให้พวกเราเข้าใจในที่สุด
ถึงเหตุแห่งการต้องการเข้าพบพระอาจารย์ของ
องค์ทะไลลามะ

เมื่อวานนี้มีชาวอินเดียชื่อว่า "อันนิล" ได้เดินทางเข้ามาพบกับพระอาจารย์
เพื่อมาแจ้งให้อาจารย์ทราบถึงความคืบหน้าในเรื่อง
ของการเข้าพบองค์ทะไลลามะ
ในส่วนของวิธีการนั้น
ผมไม่ขอเขียนไว้ เพื่อความเหมาะสม...
แต่ที่อันนิลสงสัยเป็นอย่างมากและไม่อาจเก็บงำ
ความสงสัยนี้ไว้ได้นั้น
ถึงกลับเอ่ยปากถามพระอาจารย์ถึงสาเหตุการมาขององค์ทะไลลามะและลูกศิษย์อีกสองคนที่ได้มา
พุทธอุทยาเกาะกลางน้ำบุญญพลัง
หรือสำนักเกาะดอกท้อเรานี่เอง...
ชาวบุญพลังทุกๆ คนจะรู้จักอันนิล เพราะอันนิลเป็นลูกศิษย์ชาวต่างชาติ
อันนิลเป็นชาวอินเดียคนแรกที่ได้เข้ามาเป็นศิษย์
ของพระอาจารย์
และอันนิลก็เป็นศิษย์ขององค์ทะไลลามะองค์
ปัจจุบัน
ต่อมาตัวเขาเองก็ได้เป็นผู้นำพาพี่สาวที่เป็นศิษย์
ร่วมสำนักมาเข้าพบเพราะมีความสนใจในตัวของ
พระอาจารย์
และการพบปะและสนทนาธรรมกับท่าน
สร้างความประทับใจแก่ใจของพี่สาวอันนิล
เป็นอย่างมาก
ถึงกับรับปากไว้ว่าจะกลับไปนำเรื่องราวและข้อ
ธรรมที่พระอาจารย์ได้เปิดในมุมมองที่แตกต่างนั้น
ไปบอกเล่าให้ชาวศิษย์และองค์ทะไลลามะได้ฟัง
และหลังจากนั้นไม่นานก็มีศิษย์อีกคน อยากมาเข้าพบกับอาจารย์ผ่านทางอันนิลอีกครั้ง
ศิษย์คนนี้มีนามว่า "เดนิช เมธา"
เดนิชเป็นดารานักแสดงที่โด่งดังมากๆ ในประเทศอินเดีย
และเป็นผู้แสดงพระเจ้าปเสนทิโกศลในซีรี่ย์เรื่อง "พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก"
การมาของเดนิชสร้างความหือฮาแก่ป้าๆ ที่สำนักเกาะดอกท้อเป็นอย่างมาก
คงเพราะว่าดาราดังอาจจะหล่อสู้พระที่เกาะไม่ได้...
แต่ไม่ว่าจะยังไง เดนิชเขาไม่ได้มาเปล่าแค่เที่ยวเฉยๆ
แต่มาพร้อมกับคำถามที่ต้องการให้อาจารย์ตอบ
และคำตอบที่เดนิชได้ฟังนั้น สร้างความประหลาดใจแก่ใจของเขาเป็นอย่างมาก
เดนิชจึงต้องแบกความประหลาดใจนี้กลับไปให้
องค์ทะไลลามะและเหล่าศิษย์ร่วมสำนัก
ได้ฟังถึงเรื่องราวประสบการณ์การพบปะพระผ้าปะ
ในครั้งนี้
อันนิลเองแทบไม่อยากเชื่อและได้แต่สงสัย
ว่าเหตุใดซุปเปอร์สตาร์จาก
เมืองแกงกะหรี่อย่างเดนิชถึงได้มาสนใจ
พระโนเนมหรือม้ามืดในทางธรรมอย่าง
พระอาจารย์
เพราะการมาเยือนของเดนิช ไม่ว่าจะสถานที่ไหนๆ ถ้าเจ้าตัวไม่ได้มาแบบเป็นทางการ
ก็ต้องให้ค่าเสียเวลาสำหรับการมาเยือนในแต่ละที่ ในราคาที่ค่อนข้างสูง
ซึ่งบุญญพลังเองก็ไม่ได้เสียตังสักแดงเดียว
อันนิลจึงเข้าไปถามถึงเหตุการมาของเดนิชและ
ความประทับใจที่มีต่อบุญญพลัง
ซึ่งเดนิชตอบสั้นๆ ว่า
"ไม่ต้องถามว่าเขาชอบที่นี่หรือไม่ แต่เอาเป็นว่าตัวเขานั้นจะกลับมาร่วม
สร้างพระกับที่นี่สักอาทิตย์นึงอย่างแน่นอน"
ส่วนตัวพี่สาวของอันนิลก็ให้คำตอบกับอันนิลว่า
"จริงๆ วันนั้นตัวเขาตั้งใจจะมาพบและกลับเมืองทันที
แต่การได้สนทนาธรรมกับอาจารย์ท่าน
ทำให้ตัวเขาตัดสินใจที่จะอยู่ต่อ...
อย่าได้ถามเลยว่าเพราะอะไร
แค่การเปลี่ยนใจที่จะอยู่ต่อ นั่นเป็นคำตอบสำหรับเขาแล้วว่าเขารู้สึกยังไง
กับสถานที่และพระอาจารย์"
เดนิชไปเที่ยววัดในประเทศมาก็ไม่ใช่น้อยๆ
แต่ไม่เคยมีที่ไหนที่ทำเขาพูดถึงได้มากเท่า
บ้านของผมเอง...
เรื่องราวความประทับใจของการได้มาพบปะกับ
พระครองผ้าปะที่อยู่ห่างไกลข้ามน้ำข้ามทะเลออกไป
สร้างความประทับใจแก่องค์ทะไลลามะและ
เหล่าวงศิษย์ร่วมสำนักเป็นอย่างมาก
องค์ทะไลลามะจึงมีคำสั่งผ่านเลขาส่วนตัวเพื่อมา
ติดต่อกับอันนิลว่าตัวพระองค์ท่าน
มีความปรารถนาจะสนทนาธรรมกับ
พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง
และได้ท้าวความถึงสาเหตุที่แท้จริงถึงความ
ปรารถนาที่จะเข้าพบ
โดยที่พระองค์ท่านได้ส่งลูกศิษย์ทั้งสอง
ทดสอบพระอาจารย์
การมาของศิษย์ทั้งสองที่ได้มานั้น แท้จริงแล้วทั้งสองมาตามความประสงค์
ของเจ้าสำนัก
หรือองค์ทะไลลามะนี่เอง...
ส่วนเหตุที่เกริ่นว่าไว้นั้นต้องย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อน
ที่พุทธคยา...ตอนนั้นพระชาวทิเบตกำลังทำพิธี
สำคัญทางนิกายของเขา
ไม่รู้ว่าพิธีอะไรแต่ดูจากการหรั่งไหลเข้ามาของ
พระทิเบต น่าจะเป็นพิธีที่ใหญ่ไม่ใช่น้อย
ซึ่งการประกอบพิธีใหญ่ในวันนั้น ไม่มีใครรู้เลยว่าพิธีนั้นถูกเลื่อนออก
ไปแบบไม่มีกำหนด
ด้วยกลุ่มชาวพุทธจากเมืองไทยเพียงแค่ร้อยกว่าคน ที่เข้ามาทำการสวดธรรมจักร 108 จบ (จริงๆ วันนั้นสวดไป 147 จบ)
โดยที่ผู้นำในการสวดนั้นก็คือ
พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง
การนำสวดนั้นไม่ยาวนานสักเท่าไหร่ แค่เราเริ่มสวดก่อนพระอาทิตย์ขึ้น
และสวดจบเมื่อตอนหลังพระอาทิตย์ตกดิน
พระชาวทิเบตถือความสำคัญของพิธีเป็นอย่างมาก พวกเขาจะไม่ทำพิธีซ้อนทับกับพิธีใดๆ
ซึ่งนั่นก็เป็นอีกเหตุผลนึงว่าทำไม เหล่าพระทิเบตจึงรอให้พวกเราทำพิธีให้เสร็จสิ้น
แต่ใครจะรู้เล่าว่ากว่าพิธีจะเสร็จสิ้นนั้นมันใช้เวลา
แบบไม่นับเดือนนับตะวันกันเลยทีเดียว
เรื่องพระชาวไทยที่นำสวดมนต์ในพุทธคยานั้น
สร้างความกระฉ่อนในวงของพระชาวทิเบตเป็น
อย่างมาก
และที่พวกพระเขาประทับใจเป็นอย่างมากนั้น คือผ้าบังสกุลจีวรที่ไม่มีพระในยุคนี้ครองด้วยผ้า
แบบนี้
ผ้ายังสกุลจีวรนั้นเป็นผ้าปะที่ผ่านการซ่อมมาหลาย
ต่อหลายครั้ง
เหตุเพราะการปารวนาตนครองจีวรผืนเดียวตลอด
ชีวิต
แม้แต่พระทางทิเบตเองถึงกับเอ่ยว่า "เขาไม่นึกเลยว่าจะได้มาเห็นผู้ถือครองผ้า
แบบสมัยอดีตกาลในยุคของเขาเองเช่นนี้"
เมื่อเห็นเช่นนี้ตัวพระผู้ใหญ่ทางทิเบตจึงขอถ่ายรูป
เก็บไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์
และยินดีให้พระอาจารย์นั้นทำพิธีต่อได้นานตราบ
เท่าที่ท่านต้องการ...
เรื่องราวที่พวกเรานั้นได้ไปสวดธรรมจักร 108 จบที่พุทธคยานั้น ทำให้พระทิเบตต้องตั้งแง่ใหม่ๆ ที่มีแก่พระไทย
และทำให้เหล่านักบวชทางทิเบตหรือแม้แต่องค์
ทะไลลามะนั้น
ต้องจับตามองพระสงฆ์ในประเทศเล็กๆ
อย่างเช่นประเทศไทย
โดยเริ่มจากการการค้นหาพระที่ครองผ้าปะเสียก่อน
เรื่องราวจะดำเนินต่อไปในทิศทางไหนนั้น
หลังจากนี้ตัวผมเองก็ไม่สามารถคาดเดาได้
ว่าจะดำเนินไปตามที่วางแผนไว้รึเปล่า
แต่การที่ได้รับฟังเสียงสะท้อนจากภายนอกนั้น
ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถยืนยันด้วยใจดวงนี้ว่า
"ไม่มีทรัพย์สมบัติใดๆ ที่จะทรงคุณค่าเท่า
ทรัพย์สมบัติที่มาจากภูมิปัญญาแห่งมวลมนุษยชาติ"
คำถามจากองค์ทะไลลามะ...
แม้แต่ตัวท่านเองก็ยังอยากที่จะรับฟัง
เพราะคำตอบที่ได้ตอบนั้นใครเล่าจะเข้าใจ
ว่าตัวท่านเองนั้นก็จะได้ฟังคำตอบควบคู่ไปพร้อม
กับองค์ทะไลลามะได้ด้วยเช่นกัน...
ขอสาธุคุณสวัสดี...

ที่มา: 
ธนดล ขาวสอาด
#องค์ทาไลลามะ ..จะมาสนทนาธรรม กับ #พระอาจารย์ธรรมกะ #บุญญพลัง .. #องค์ทาไลลามะ ..จะมาสนทนาธรรม กับ #พระอาจารย์ธรรมกะ #บุญญพลัง .. Reviewed by Mindful News on 19:53:00 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น :

ขับเคลื่อนโดย Blogger.